หมอกฤชรัตน์ มอง ค่าเงินบาท กดดันราคาทองคำ แนะช่วงนี้ทยอยสะสม

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด ให้สัมภาณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 18 สิงหาคม 2568 มองว่าราคาทองช่วงนี้ "สะสมพลัง" ครั้งสำคัญก่อนการปรับตัวขึ้นรอบใหม่ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นได้ไม่เต็มที่คือ "ค่าเงินบาทที่แข็งค่า"

สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่ามาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอลง เช่น ยอดค้าปลีกที่ลดลง ดังนั้น แม้ราคาทองโลกจะปรับตัวขึ้น แต่กำไรของนักลงทุนในประเทศจะถูกหักลบออกไปจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นนั่นเอง

สรุปข่าว

หมอกฤชรัตน์ MTS Gold ชี้สาเหตุ "เงินบาทแข็ง" ที่กดราคาทองไทยหายไปถึง 1,400 บาท แต่ยังมองว่านี่คือจังหวะ "สะสมพลัง" ก่อนพุ่งรับข่าวดี "เฟดลดดอกเบี้ย" เดือนหน้า แนะกลยุทธ์ "ทยอยซื้อสะสม" ลุ้นเป้าหมายทองโลก 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองไทย 54,500 บาท

นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด ให้สัมภาณ์ในรายการ WEALTH LIVE วันที่ 18 สิงหาคม 2568 มองว่าราคาทองช่วงนี้ "สะสมพลัง" ครั้งสำคัญก่อนการปรับตัวขึ้นรอบใหม่ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นได้ไม่เต็มที่คือ "ค่าเงินบาทที่แข็งค่า"

สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่ามาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอลง เช่น ยอดค้าปลีกที่ลดลง ดังนั้น แม้ราคาทองโลกจะปรับตัวขึ้น แต่กำไรของนักลงทุนในประเทศจะถูกหักลบออกไปจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นนั่นเอง

แม้จะถูกกดดันจากค่าเงินบาท แต่ภาพรวมของทองคำยังคงแข็งแกร่ง คุณหมอกฤชรัตน์มองว่าตลาดกำลังรอคอยปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการประชุมช่วงกลางเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

โดยเทคนิคแล้ว ราคาทองคำกำลังยกฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ และหากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สำหรับทองโลก) หรือ 52,000 บาท (สำหรับทองไทย) ไปได้ จะเป็นการเปิดฉากการขึ้นรอบใหญ่อีกครั้ง

สำหรับเป้าหมายราคา คุณหมอกฤชรัตน์มองว่าหากราคาทองโลกไปถึงเป้าหมายที่เคยให้ไว้ที่ 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ราคาทองไทยจะอยู่ที่ประมาณ 54,000 - 54,500 บาท และมองว่าโอกาสที่จะเห็น 55,000 บาทในปีนี้ยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแนวโน้มเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า

กลยุทธ์ที่แนะนำในตอนนี้คือ ทยอยซื้อสะสม "ช่วงนี้เป็นจังหวะที่แนะนำให้เข้าซื้อตลอด อาจจะทยอยซื้อทีละน้อย 5% หรือ 10% ของพอร์ต แล้วไปรอขายทำกำไรในช่วงปลายปีครับ" คุณหมอกล่าวทิ้งท้าย

sticky-bar-top