"หวยเกษียณ" ลุ้นโชคเงินล้าน ออมเงินไว้ใช้ คนไทยแก่ไปต้องไม่จน

Share on Line Share on Facebook Share on X

"หวยเกษียณ" ซึ่งความจริงชื่อว่า "สลาก กอช." หรือ  สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ  รับผิดชอบโดยกองทุนการออมแห่งชาติ  กระทรวงการคลัง ภายใต้ความตั้งใจของรัฐบาลที่อยากจะกระตุ้นการออมในคนไทย โดยเฉพาะการออมเงินหรือเก็บเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ หรือในยามชราภาพ  ในกลุ่มของแรงงานนอกระบบที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญรองรับ  ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับเกณฑ์และเงื่อนไขให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม คือ ทั้งในและนอกระบบ หรือแม้กระทั่งคนที่อายุเกินวัยเกษียณก็มีสิทธิ์สามารถซื้อหวยเกษียณได้ด้วยเช่นกัน  

สรุปข่าว

คนไทยชอบเล่นหวย จริงหรือไม่ และกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลเอามาใช้ ด้วยการออก "หวยเกษียณ" เหมือนเล่นหวย ได้ลุ้นไปพร้อมกับการออมเงิน หรือพูดง่ายๆ ค่าซื้อหวยไม่หายไปไหน เก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ หวังจะแก้ปัญหาคนไทยไม่มีเงินใช้ยามแก่ตัว

"หวยเกษียณ" ซึ่งความจริงชื่อว่า "สลาก กอช." หรือ  สลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ  รับผิดชอบโดยกองทุนการออมแห่งชาติ  กระทรวงการคลัง ภายใต้ความตั้งใจของรัฐบาลที่อยากจะกระตุ้นการออมในคนไทย โดยเฉพาะการออมเงินหรือเก็บเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณ หรือในยามชราภาพ  ในกลุ่มของแรงงานนอกระบบที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญรองรับ  ซึ่งล่าสุดได้มีการปรับเกณฑ์และเงื่อนไขให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม คือ ทั้งในและนอกระบบ หรือแม้กระทั่งคนที่อายุเกินวัยเกษียณก็มีสิทธิ์สามารถซื้อหวยเกษียณได้ด้วยเช่นกัน  

เหตุผลสำคัญ ที่ทำในรูปแบบหวย หรือการลุ้นโชค เพราะตอบโจทย์คนไทยที่ชอบลุ้นรางวัล  และยังช่วยดึงเม็ดเงินจากหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมาย กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย และยังช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในงานดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวได้ และยังสอดรับกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยอีกด้วย แต่จุดเด่นที่ต่างจากการซื้อหวยทั่่วไป หรือการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็คือ เงินต้นจะไม่หาย เราซื้อไปเท่าไหร่ เงินเหล่านี้ยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่เหมือนกับการซื้อหวยถ้าเราไม่ถูกรางวัล ก็เหมือนเอาเงินไปทิ้งเปล่า 

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเดินหน้าจัดทำโครงการหวยเกษียณจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย โครงการนี้จะดึงดูดจากคนที่ชอบเล่นหวยใต้ดิน ให้หันกลับมาเสี่ยงโชคในระบบที่ถูกกฎหมาย และคนที่ซื้อจะได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะเงินที่จ่ายไปทั้งหมดไม่หายไปไหน แต่ถูกเปลี่ยนเป็นเงินออมหรือเงินเก็บสำหรับอนาคต  รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณสำหรับเงินรางวัลประมาณ 760 ล้านบาทต่อปี แต่จะสามารถดึงเม็ดเงินกลับเข้าระบบและสร้างเป็นเงินออมภาคสมัครใจได้สูงกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี 

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top