มุมทองทองคำปี 2026 กับ นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด สรุปภาพรวมและมุมมองของราคา ทองคำในปี 2026 โดย "คุณหมอ" (ผู้เชี่ยวชาญในรายการ) ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. ภาพรวมการทำผลตอบแทนในปี 2025 (ปี 2568)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ให้ผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 72% จากต้นปี
ทองคำแท่งของไทยให้ผลตอบแทนประมาณ 53-54%
ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างทองโลกกับทองไทยที่ต่างกันประมาณ 18% เกิดจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะกดดันราคาทองไทยลงประมาณ 1,800 บาท
2. มุมมองและปัจจัยหนุนทองคำในปี 2026
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าทองคำจะยังเป็นทิศทางขาขึ้นต่อได้ยาวๆ แต่จะไม่พุ่งแรงเท่าปี 2025 โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 15-20% ด้วยปัจจัยหนุนดังนี้:
การลดดอกเบี้ยของเฟด (Fed): คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1-3 ครั้ง และประธานเฟดคนใหม่ (ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์) มีแนวโน้มจะดำเนินนโยบายอัดฉีดเงินและลดดอกเบี้ยตามแนวทางของทรัมป์
ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดของสงครามในจุดต่างๆ ยังคงอยู่และเป็นแรงหนุนหลัก
เศรษฐกิจสหรัฐฯ: สภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องที่ทำให้ทองคำน่าสนใจ
สรุปข่าว
มุมทองทองคำปี 2026 กับ นายแพทย์ กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด สรุปภาพรวมและมุมมองของราคา ทองคำในปี 2026 โดย "คุณหมอ" (ผู้เชี่ยวชาญในรายการ) ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
1. ภาพรวมการทำผลตอบแทนในปี 2025 (ปี 2568)
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ให้ผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 72% จากต้นปี
ทองคำแท่งของไทยให้ผลตอบแทนประมาณ 53-54%
ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างทองโลกกับทองไทยที่ต่างกันประมาณ 18% เกิดจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะกดดันราคาทองไทยลงประมาณ 1,800 บาท
2. มุมมองและปัจจัยหนุนทองคำในปี 2026
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าทองคำจะยังเป็นทิศทางขาขึ้นต่อได้ยาวๆ แต่จะไม่พุ่งแรงเท่าปี 2025 โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 15-20% ด้วยปัจจัยหนุนดังนี้:
การลดดอกเบี้ยของเฟด (Fed): คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1-3 ครั้ง และประธานเฟดคนใหม่ (ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์) มีแนวโน้มจะดำเนินนโยบายอัดฉีดเงินและลดดอกเบี้ยตามแนวทางของทรัมป์
ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดของสงครามในจุดต่างๆ ยังคงอยู่และเป็นแรงหนุนหลัก
เศรษฐกิจสหรัฐฯ: สภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) และหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องที่ทำให้ทองคำน่าสนใจ
3. กลยุทธ์การลงทุน
แนวรับ-แนวต้าน: แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 4,450 ดอลลาร์ และแนวต้านอยู่ที่ 4,550 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะสั้น/Gold Futures: เน้นกลยุทธ์ "เข้าเร็ว ออกเร็ว" ทำกำไรเป็นรอบๆ เพราะราคามักจะมาเร็วและจบเร็ว
นักลงทุนทั่วไป/ระยะยาว: แนะนำกลยุทธ์ "ย่อซื้อ-ขึ้นขาย" หรือการ "เฉลี่ยซื้อ (DCA)" เมื่อราคาปรับตัวย่อลง และถือครองไว้อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ในฐานะ "หลุมหลบภัย" (Safe Haven) และสินทรัพย์สำรองเพื่อความปลอดภัยในปีหน้า
- มุมมองตลาดหุ้นปี 2026
- คุมเข้มซื้อขาย "ทองคำ"ออนไลน์ คลัง-แบงก์ชาติ-ก.ล.ต. จับมือจ่อเก็บภาษีเฉพาะ กำหนดเพดานซื้อขาย สกัดบาทแข็งค่า
- ทองพุ่งแรง กองทุน SPDR ซื้อหนัก แม้ CME ชี้เฟดคงดอกเบี้ย
- ทองพุ่ง รับ Goldman Sachs คาดราคาทองอาจแตะ 4,900 $ ภายในเดือน ธ.ค. ปีหน้า
- ทองโลกแกว่งตัว จากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เฟดยังมีช่องปรับลดดอกเบี้ยลงได้อีก
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : CANVA

