ทองคำปี 2026 สดใส! "จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี" มองเป้า 4,900 ดอลลาร์ คาด New High ไตรมาส 2

Share on Line Share on Facebook Share on X

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ทองคำในปี 2569 ผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 มกราคม 2569 โดยระบุว่า ทิศทางราคาทองคำในระยะยาวยังคงเป็น "ขาขึ้น" แม้ในระยะสั้นอาจมีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ

นอกจากปัจจัยด้านดอกเบี้ยแล้ว ปัญหาระหว่างประเทศ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และสงครามในพื้นที่ต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ทองคำมีความต้องการสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยคุณจิตติประเมินว่าทองคำมีโอกาสจะพุ่งทะลุแนวต้านเดิมเพื่อทำ สถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

สรุปข่าว

นายกสมาคมค้าทองคำ ให้เป้าหมายราคาทองปี 2026 ที่ระดับ 4,700 - 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คาดการณ์ว่าทองคำมีโอกาสทำ New High ใหม่ในไตรมาสที่ 2 ของปี ประเมินแนวรับราคาทองไทยที่ 44,500 บาท มองผลตอบแทนปีนี้บวกเพิ่ม 10-15% แม้จะไม่หวือหวาเท่าปี 2568 ที่ขึ้นไปกว่า 60%

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ทองคำในปี 2569 ผ่านรายการ WEALTH LIVE วันที่ 6 มกราคม 2569 โดยระบุว่า ทิศทางราคาทองคำในระยะยาวยังคงเป็น "ขาขึ้น" แม้ในระยะสั้นอาจมีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ

นอกจากปัจจัยด้านดอกเบี้ยแล้ว ปัญหาระหว่างประเทศ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และสงครามในพื้นที่ต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ทองคำมีความต้องการสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยคุณจิตติประเมินว่าทองคำมีโอกาสจะพุ่งทะลุแนวต้านเดิมเพื่อทำ สถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของราคาในปีนี้ นายกสมาคมค้าทองคำให้เป้าหมายไว้ที่ 4,700 - 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศมองว่าแนวรับที่ระดับ 44,500 บาท เป็นฐานที่แข็งแกร่งและไม่น่าจะหลุดจากระดับนี้

อย่างไรก็ตาม คุณจิตติได้ให้คำแนะนำและข้อควรระวังแก่นักลงทุนว่า ในปี 2569 นี้ ตลาดทองคำจะมีความผันผวนรุนแรงกว่าปี 2568 นักลงทุนจึงไม่ควรคาดหวังผลตอบแทนที่สูงถึง 60% เหมือนปีก่อนหน้า โดยประเมินว่าผลตอบแทนในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10-15% ซึ่งยังถือว่าเป็นระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น กลยุทธ์ที่แนะนำคือนักลงทุนระยะยาวที่ถือด้วย "เงินเย็น" จะมีความปลอดภัยและมีโอกาสสร้างกำไรได้ดีกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

sticky-bar-top