
ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ารัฐบาลเวเนซุเอลา จะส่งมอบน้ำมันสูงสุด 50 ล้านบาร์เรล มูลค่ากว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่สหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของเขา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความลงบน Truth Social ในวันอังคาร (6 มกราคม 2569 ) ระบุว่า เวเนซุเอลาจะมอบน้ำมันคุณภาพสูงจำนวน 30 ล้านบาร์เรลถึง 50 ล้านบาร์เรล โดยเป็นน้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ให้แก่สหรัฐอเมริกา
โดยกล่าวว่า น้ำมันเหล่านี้จะถูกขายในราคาตลาด และเงินจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยทรัมป์ ในฐานะของประธานาธิบดีอเมริกา เพื่อรับประกันว่าเงินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาและประชาชนชาวสหรัฐฯ
และระบุอีกว่า เขาได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรต์ ดำเนินการตามแผนนี้โดยทันที น้ำมันจะถูกขนส่งด้วยเรือกักเก็บน้ำมัน และนำส่งโดยตรงไปยังท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายในสหรัฐฯ
ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่าเมื่ออ้างอิงจากระดับการผลิตก่อนที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการปิดล้อม ปริมาณน้ำมันดังกล่าวเทียบเท่าการผลิตของเวเนซุเอลาประมาณ 30–50 วัน ขณะที่สหรัฐฯ มีการผลิตน้ำมันราว 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และหากประเมินตามราคาน้ำมันอ้างอิง West Texas Intermediate ของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน มูลค่าน้ำมันในปริมาณดังกล่าวอาจสูงกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ แม้แผนการถ่ายโอนน้ำมันจะครอบคลุมทั้งการผลิตใหม่และการผลิตที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การผลิตของเวเนซุเอลาลดลงจากระดับสูงสุดในทศวรรษ 1970 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมมานานหลายทศวรรษ รวมถึงการถอนตัวของบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ บางแห่ง
ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าล่าสุดรัฐบาลของสหรัฐฯกำลังเร่งจัดเตรียมการประชุมกับบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันอเมริกันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (9 มกราคม 2569) ณ ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาว ซึ่งมีการคาดหมายว่าจะมีคณะตัวแทนเอ็กซอน, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์เข้าร่วมด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยืนยันในวันอังคาร(6 มกราคม 2569) จะไม่มีมหาอำนาจต่างชาติใดปกครองประเทศของเธอ โดยย้ำว่า รัฐบาลเวเนซุเอลา จะรับผิดชอบดูแลประเทศของตัวเอง จะไม่มีตัวแทนต่างชาติใดที่เข้ามาปกครองเวเนซุเอลา เพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ารัฐบาลวอชิงตัน จะเข้ามาบริหารเวเนซุเอลา ในช่วงระหว่างเวลาของการเปลี่ยนผ่านการปกครอง หลังจากได้เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมจับกุมโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีคนก่อนหน้า
ทั้งนี้ โรดริเกซ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรองประธานาธิบดี ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาดูโร ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางที่เธอเตรียมรับมือกับทรัมป์ บางครั้งดูเหมือนจะมีการอ่อนข้อประนีประนอม แต่บางครั้งก็แสดงท่าทีขัดขืน โดยโรดิเกรซ โดยเฉพาะความกังวลใจกับผู้สนับสนุนสายแข็งกร้าวที่ควบคุมทั้งกองกำลังด้านความมั่นคงและกองกำลังกึ่งทหาร โดยปัจจุบันนี้ได้ถูกส่งไปลาดตระเวนตามท้องถนนสายต่างๆ นับตั้งแต่วันที่มาดูโร ถูกจับกุมตัวไปสหรัฐฯ ซึ่งเธอเคยประกาศ ขณะกล่าวยกย่องผู้เสียสละระหว่างการโจมตีของสหรัฐฯ ระบุว่า เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมแพ้ เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมจำนน
ด้านทรัมป์ ยังคงยืนยันว่าเวลานี้ สหรัฐฯได้เข้ามารับผิดชอบควบคุมดูแลประเทศเวเนซุเอลา แต่ก็เผยว่าเขาได้เตรียมทำงานร่วมกับโรดริเกซ เปิดทางให้เธอยอมอ่อนข้อต่อเสียงเรียกร้องของเขา ในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองอันมหาศาลของเวเนซุเอลา
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ารัฐบาลเวเนซุเอลา จะส่งมอบน้ำมันสูงสุด 50 ล้านบาร์เรล มูลค่ากว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่สหรัฐฯ ภายใต้การควบคุมของเขา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความลงบน Truth Social ในวันอังคาร (6 มกราคม 2569 ) ระบุว่า เวเนซุเอลาจะมอบน้ำมันคุณภาพสูงจำนวน 30 ล้านบาร์เรลถึง 50 ล้านบาร์เรล โดยเป็นน้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ให้แก่สหรัฐอเมริกา
โดยกล่าวว่า น้ำมันเหล่านี้จะถูกขายในราคาตลาด และเงินจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยทรัมป์ ในฐานะของประธานาธิบดีอเมริกา เพื่อรับประกันว่าเงินทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนชาวเวเนซุเอลาและประชาชนชาวสหรัฐฯ
และระบุอีกว่า เขาได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรต์ ดำเนินการตามแผนนี้โดยทันที น้ำมันจะถูกขนส่งด้วยเรือกักเก็บน้ำมัน และนำส่งโดยตรงไปยังท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายในสหรัฐฯ
ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่าเมื่ออ้างอิงจากระดับการผลิตก่อนที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการปิดล้อม ปริมาณน้ำมันดังกล่าวเทียบเท่าการผลิตของเวเนซุเอลาประมาณ 30–50 วัน ขณะที่สหรัฐฯ มีการผลิตน้ำมันราว 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และหากประเมินตามราคาน้ำมันอ้างอิง West Texas Intermediate ของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน มูลค่าน้ำมันในปริมาณดังกล่าวอาจสูงกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ แม้แผนการถ่ายโอนน้ำมันจะครอบคลุมทั้งการผลิตใหม่และการผลิตที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การผลิตของเวเนซุเอลาลดลงจากระดับสูงสุดในทศวรรษ 1970 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมมานานหลายทศวรรษ รวมถึงการถอนตัวของบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ บางแห่ง
ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าล่าสุดรัฐบาลของสหรัฐฯกำลังเร่งจัดเตรียมการประชุมกับบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันอเมริกันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (9 มกราคม 2569) ณ ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาว ซึ่งมีการคาดหมายว่าจะมีคณะตัวแทนเอ็กซอน, เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์เข้าร่วมด้วย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยืนยันในวันอังคาร(6 มกราคม 2569) จะไม่มีมหาอำนาจต่างชาติใดปกครองประเทศของเธอ โดยย้ำว่า รัฐบาลเวเนซุเอลา จะรับผิดชอบดูแลประเทศของตัวเอง จะไม่มีตัวแทนต่างชาติใดที่เข้ามาปกครองเวเนซุเอลา เพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่ารัฐบาลวอชิงตัน จะเข้ามาบริหารเวเนซุเอลา ในช่วงระหว่างเวลาของการเปลี่ยนผ่านการปกครอง หลังจากได้เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมจับกุมโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีคนก่อนหน้า
ทั้งนี้ โรดริเกซ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรองประธานาธิบดี ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาดูโร ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางที่เธอเตรียมรับมือกับทรัมป์ บางครั้งดูเหมือนจะมีการอ่อนข้อประนีประนอม แต่บางครั้งก็แสดงท่าทีขัดขืน โดยโรดิเกรซ โดยเฉพาะความกังวลใจกับผู้สนับสนุนสายแข็งกร้าวที่ควบคุมทั้งกองกำลังด้านความมั่นคงและกองกำลังกึ่งทหาร โดยปัจจุบันนี้ได้ถูกส่งไปลาดตระเวนตามท้องถนนสายต่างๆ นับตั้งแต่วันที่มาดูโร ถูกจับกุมตัวไปสหรัฐฯ ซึ่งเธอเคยประกาศ ขณะกล่าวยกย่องผู้เสียสละระหว่างการโจมตีของสหรัฐฯ ระบุว่า เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมแพ้ เราเป็นชนชาติที่ไม่ยอมจำนน
ด้านทรัมป์ ยังคงยืนยันว่าเวลานี้ สหรัฐฯได้เข้ามารับผิดชอบควบคุมดูแลประเทศเวเนซุเอลา แต่ก็เผยว่าเขาได้เตรียมทำงานร่วมกับโรดริเกซ เปิดทางให้เธอยอมอ่อนข้อต่อเสียงเรียกร้องของเขา ในการเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองอันมหาศาลของเวเนซุเอลา
“ทรัมป์” ยืนยันการเลือกตั้งใน "เวเนซุเอลา" จะไม่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ (NBC News) ในวันจันทร์ที่ (5 มกราคม 2569) เผยว่า เวเนซุเอลาจะไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันข้างหน้า พร้อมระบุว่า เราต้องซ่อมแซมประเทศนี้ให้เรียบร้อยก่อน คุณยังไม่สามารถจัดเลือกตั้ง ไม่มีทางที่ประชาชนจะไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ด้วยซ้ำในตอนนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา และจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกจากกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา โดยทรัมป์ได้ระบุชื่อสมาชิกในทีมงานหลายคนของเขา รวมถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม, สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งจะเป็นผู้ช่วยดูแลการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ในการเข้าไปลงทุนและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา โดยประมาณการว่ากระบวนการดังกล่าวอาจเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 18 เดือน
“ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ในเวลาที่สั้นกว่านั้น แต่มันต้องใช้เงินมหาศาล ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และบริษัทน้ำมันจะสำรองจ่ายไปก่อน จากนั้นพวกเขาจะได้รับเงินคืนจากเราหรือผ่านทางรายได้ที่เกิดขึ้น”
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธมุมมองที่ว่าสหรัฐฯ กำลังทำสงครามกับเวเนซุเอลา โดยเขากล่าวว่า เรากำลังทำสงครามกับพวกค้ายาเสพติด เรากำลังทำสงครามกับคนที่ปล่อยนักโทษจากคุกเข้าสู่ประเทศของเรา และปล่อยคนติดยาเสพติดออกมา รวมถึงปล่อยคนจากสถาบันจิตเวชเข้ามาในประเทศของเรา
ทางด้านมาดูโรได้ถูกนำตัวขึ้นศาลในรัฐนิวยอร์กในวันจันทร์ ด้วยข้อหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการสมคบคิดกระทำการก่อการร้ายด้วยการค้ายาเสพติด และการสมคบคิดนำเข้าโคเคน อย่างไรก็ดี มาดูโรได้ให้การปฏิเสธ โดยกล่าวว่าเขายังคงเป็นผู้นำประเทศ แม้ว่ารองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีไปแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ แม้ผู้นำสหรัฐฯจะกล่าวว่า โรดริเกซได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันโรดริเกซได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวมาดูโรและซิเลีย ฟลอเรส ผู้เป็นภริยาในทันที โดยคำเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมสภาป้องกันประเทศซึ่งถ่ายทอดสดโดยสถานีโทรทัศน์ VTV ของรัฐบาล นอกจากนี้ โรดริเกซยังเรียกมาดูโรว่าเป็น “ประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของเวเนซุเอลา” พร้อมกับประณามการกระทำของสหรัฐฯ ในประเทศของเธอว่าเป็น “การโจมตีที่ป่าเถื่อน”
- บิตคอยน์ลุ้นแตะ $105,000 สหรัฐฯบุกเวเนซุเอลา หนุนแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง
- ทรัมป์เผย เวเนซุเอลาจะส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรให้ 30-50 ล้านบาร์เรล
- ทรัมป์เผยแผนจับมาดูโรทำให้มีทหาร "คิวบา" เสียชีวิตจำนวนมาก
- 10 ประเทศที่มี “น้ำมันสำรอง” มากที่สุดในโลก
- ถึงเวลา "ซื้อ" อย่างมีสติ บอกลาเทรนด์ "ของมันต้องมี" เมื่อเศรษฐกิจกดดันชีวิต ทุกบาทต้องคุ้มค่า

