สัญญาณอันตราย!! ธุรกิจไทย "ผิดนัดชำระหนี้" พุ่ง แซงหน้า "วิกฤตต้มยำกุ้ง"

Share on Line Share on Facebook Share on X

รายงานล่าสุดของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทริส เรทติ้ง (TRIS Rating) เรื่อง *“2025 Default Statistics and Rating Transition Rates in Thailand”* ระบุว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวเลขอัตราการผิดนัดชำระหนี้ (Default) และการเลื่อนชำระหนี้ (Deferral) ของบริษัทไทยที่ออกตราสารหนี้ภายใต้การจัดอันดับเครดิต เพิ่มขึ้นรวมกันเป็น 5.8% ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2543 หรือพุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี 

สรุปข่าว

สัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทยมาอีกแล้ว ล่าสุดตัวเลขผิดนัดชำระหนี้ เลื่อนหนี้พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี และจำนวนเคสยังแซงยุควิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 บ่งบอกว่าภาคธุรกิจไทยในวันนี้อยู่บนความเปราะบางอย่างยิ่ง น่าห่วง แต่ต้องเฝ้าระวัง เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด ก่อนจะที่ล้มเป็นวิกฤตเป็นโดมิโน่

รายงานล่าสุดของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทริส เรทติ้ง (TRIS Rating) เรื่อง *“2025 Default Statistics and Rating Transition Rates in Thailand”* ระบุว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีตัวเลขอัตราการผิดนัดชำระหนี้ (Default) และการเลื่อนชำระหนี้ (Deferral) ของบริษัทไทยที่ออกตราสารหนี้ภายใต้การจัดอันดับเครดิต เพิ่มขึ้นรวมกันเป็น 5.8% ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2543 หรือพุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี 

รายงานของ TRIS Rating ระบุว่า ในปี 2568 มีผู้ออกตราสารหนี้ไทยที่ ผิดนัดชำระหนี้จำนวน 6 ราย และ เลื่อนชำระหนี้อีก 6 ราย รวมเป็น 12 ราย เพิ่มขึ้นจาก 8 รายในปี 2567 และผลจากจำนวนเคสที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ ทำให้อัตราการผิดนัดชำระหนี้รายปี (Annual Default Rate) ขยับขึ้นเป็น 2.9%จาก 0.9% ในปีก่อนหน้า ขณะที่อัตรารวมของการผิดนัดและการเลื่อนชำระหนี้ (Default + Deferral Rate) เพิ่มขึ้นเป็น 5.8% จาก 2.9% ในปี 2567 

นอกจากนี้ประเด็นที่รายงานของ TRIS Rating ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ  จำนวนรวมของกรณีผิดนัดและเลื่อนชำระหนี้ในบางอุตสาหกรรมหลัก ปรากฎว่ามีเคสมากกว่าระดับที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินเอเชียปี 2540 หรือช่วงของต้มยำกุ้ง  

 

โดยอุตสาหกรรมที่มีจำนวนเคสสูงมากที่สุด ได้แก่ สาธารณูปโภคที่มีการกำกับดูแล (Regulated Utilities) กรณีผิดนัดและเลื่อนชำระหนี้กว่า 42% ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 17% และธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม (Engineering & Construction) 17% 

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top