ข้อมูลน่าสนใจ และใกล้ตัวคนไทยมากๆ ในเรื่องการของการออม จากรายงานผลสำรวจทักษะทางการเงิน ระดับการออม และการใช้บริการทางการเงินของคนไทย ที่จัดทำโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นการสำรวจต่อเนื่องทุก 2 ปี เพื่อดูว่าคนไทยจัดการเรื่องเงินของตัวเองดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร การสำรวจครั้งล่าสุด คือ ปี 2567 และเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
สรุปข่าว
ข้อมูลน่าสนใจ และใกล้ตัวคนไทยมากๆ ในเรื่องการของการออม จากรายงานผลสำรวจทักษะทางการเงิน ระดับการออม และการใช้บริการทางการเงินของคนไทย ที่จัดทำโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นการสำรวจต่อเนื่องทุก 2 ปี เพื่อดูว่าคนไทยจัดการเรื่องเงินของตัวเองดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร การสำรวจครั้งล่าสุด คือ ปี 2567 และเผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ถ้ามองแค่คะแนนรวม ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เพราะคะแนนทักษะทางการเงินของคนไทยปีนี้อยู่ที่ 72.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศสมาชิก OECD ที่อยู่ที่ 60.4% หรือให้แปลแบบง่ายๆ คือ คนไทยตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องเงินได้ดีพอสมควร เข้าใจเรื่องเงินเฟ้อ ความเสี่ยง ผลตอบแทน และการกระจายความเสี่ยงดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา
แต่อย่างไรก็ตาม พอเราขยับจาก “ความรู้” ไปดู “พฤติกรรมจริง” ปรากฎว่าคนไทยสอบผ่านทฤษฎี แต่เหมือนจะสอบตกภาคปฎิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนิสัย หรือพฤติกรรมการออมเงิน
ข้อมูลระบุว่าคนไทยมากกว่า 91.5% มีพฤติกรรมการออม แต่ปรากฎว่าเงินออมกว่า 81.5% ยังกระจุกตัวอยู่ในรูปแบบเงินสดหรือบัญชีเงินฝากทั่วไป และมีเพียงแค่ 1.9% เท่านั้นที่นำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น เช่น กองทุน หุ้น หรือเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ซึ่งถือว่าน้อยนิดมากๆ
หรือพูดง่ายๆ คือ คนไทยจำนวนมากยังคงเลือก “เก็บเงินไว้เฉยๆ” มากกว่า “เอาเงินไปทำงาน”
และประเด็นสำคัญที่กลายเป็นความเสี่ยงสำหรับยุคนี้ ก็คือ เงินเฟ้อ
- เปิดความจริง ทำไม "คนไทยหาหมอแพงขึ้นทุกปี?" วิกฤตค่ารักษาพยาบาลก่อตัว เมื่อ "เงินเฟ้อ" การแพทย์กระทบชีวิต
- "วิกฤตเงินเฟ้อทางการแพทย์" ค่าหาหมอแพงขึ้นทุกปี พุ่งแรงกว่าของกิน 15 เท่า
- "8 โรคจิตเวช"ที่จะตามมาในช่วงเวลา “เงินเฟ้อ” เมื่อเงินไม่ได้ทำร้ายแค่เงินในกระเป๋า แต่มัน “กดทับระบบประสาท”
- วิกฤต “อิหร่าน” เศรษฐกิจติดลบ แบกต้นทุนสงคราม
- หาคำตอบ "ประเทศไทย" เสี่ยงแค่ไหน? รัฐบาลรับมืออย่างไร? แผนพลังงานล่าสุด น้ำมัน 95 วัน "วิกฤตสงครามเขย่าโลก"
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
