“ฮ่องกง" น้ำมันแพงสุดในโลก! ลิตรละ 150 บาท เดือดร้อนแค่ไหน?

Share on Line Share on Facebook Share on X

ทำไม “ฮ่องกง” จึงเจอกับภาวะน้ำมันแพงที่สุดในโลก และสงครามครั้งเดียว เขย่าชีวิตคนทั้งเกาะได้อย่างไร

 

เดือนเมษายนปีนี้ ต่างจากทุกปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกเจอกับภาวะน้ำมันแพง แต่คงไม่มีที่ไหนแพงกว่าฮ่องกง โดยราคาเมื่อวันที่ 3 เมษายน อยู่ที่ประมาณ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน หรือเทียบเป็นเงินไทย คือ “150 บาทต่อลิตร” ขณะที่สหรัฐฯมีราคาขายน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 ดอลลาร์/แกลลอน หมายความว่าราคาน้ำมันฮ่องกงแพงกว่าสหรัฐฯ เกือบสี่เท่า 

สรุปข่าว

ฮ่องกง น้ำมันแพงสุดในโลก ขายลิตรละ 150 บาท ถ้าหากเป็นเมืองไทย เจอราคาแบบนี้ไป ถามว่าจะมีใครยังขับรถอยู่บ้าง? จะเติมไหวหรือไม่ เรื่องจริงตอนนี้ที่ฮ่องกง คนกำลังเจอกับราคาน้ำมันที่แพงที่สุดในโลก คนฮ่องกงถึงขั้นยอมขับรถข้ามประเทศเพื่อไปเติมน้ำมัน ถามว่า ทำไมฮ่องกงถึงได้กลายเป็นเมืองน้ำมันแพงที่สุดในโลก และเรื่องนี้ ข่าวนี้กำลังเตือน กำลังบอกอะไรพวกเราหรือไม่

ทำไม “ฮ่องกง” จึงเจอกับภาวะน้ำมันแพงที่สุดในโลก และสงครามครั้งเดียว เขย่าชีวิตคนทั้งเกาะได้อย่างไร

 

เดือนเมษายนปีนี้ ต่างจากทุกปีที่ผ่านมา กลายเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกเจอกับภาวะน้ำมันแพง แต่คงไม่มีที่ไหนแพงกว่าฮ่องกง โดยราคาเมื่อวันที่ 3 เมษายน อยู่ที่ประมาณ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน หรือเทียบเป็นเงินไทย คือ “150 บาทต่อลิตร” ขณะที่สหรัฐฯมีราคาขายน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 ดอลลาร์/แกลลอน หมายความว่าราคาน้ำมันฮ่องกงแพงกว่าสหรัฐฯ เกือบสี่เท่า 

คำถามคือ…ทำไมถึงแพงขนาดนี้?

จุดเริ่มต้นของวิกฤตนี้ คือ สงครามที่ไปกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ เพราะน้ำมันโลกประมาณ 20% ต้องผ่านช่องแคบนี้ แม้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แต่ก็ทำให้ทั่วโลกปั่นป่วน และทำให้ “ราคาน้ำมันโลกพุ่ง” และผันผวน ดังนั้นประเทศไหนที่ไม่มีแหล่งน้ำมันของตนเอง ก็เจอแรงกระแทกหนัก

ฮ่องกง “ไม่มีแหล่งพลังงานเป็นของตัวเอง” ไม่มีการผลิตน้ำมัน ไม่มีการผลิตก๊าซธรรมชาติ ทั้งเกาะต้องนำเข้าน้ำมันเกือบ 100% 

ฮ่องกงเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ความท้าทายที่ใหญ่ไม่แพ้กัน ก็คือ ฮ่องกงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบ 100% โดยต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันกว่า 80% จากจีนแผ่นดินใหญ่ แปลว่า เมื่อราคาน้ำมันโลกขึ้น ฮ่องกงก็ทำอะไรไม่ได้ หลีกเลี่ยงอะไรไม่ได้เลย

 

ยิ่งไปกว่านั้น พื้นฐานของฮ่องกงยังมี “โครงสร้างต้นทุน” ที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงอยู่แล้ว เช่น ภาษี ค่าเช่าที่ดินสถานีบริการน้ำมันที่แพงมาก รวมไปถึงตลาดพลังงานที่มีการแข่งขันจำกัด 

 

ดังนั้น หมายความต่อให้โลกนี้ไม่มีสงครามเลย ฮ่องกงก็ติดอันดับน้ำมันแพงอยู่แล้วแต่แรก 

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva