MTS Gold ชี้ทองคำส่งสัญญาณขาขึ้น ลุ้นทะลุ 5,000 เหรียญฯ รับปัจจัยสงคราม-ดอลลาร์อ่อน

Share on Line Share on Facebook Share on X

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางราคาทองคำหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวว่า ขณะนี้ราคาทองคำมีการฟื้นตัวและปรับฐานได้อย่างแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมแนะนักลงทุนจับตาแนวต้านสำคัญ หากผ่านได้เตรียมเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่

ปัจจัยหลักหนุนราคาทองคำ

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวในรอบนี้มาจาก 2 สภาวะหลัก ได้แก่

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข GDP ของสหรัฐอเมริกาออกมาไม่ค่อยดีนัก ส่งผลกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้น จากช่วงก่อนสงกรานต์ที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์โดยประมาณ

สถานการณ์สงคราม ภาวะสงครามยังคงเป็นตัวนำหลักที่ทำให้ราคาทองคำมีความผันผวน ทั้งในแง่บวกและลบ แต่โดยรวมยังคงช่วยพยุงราคาไม่ให้ทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) และค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น

สรุปข่าว

นพ.กฤชรัตน์ แนะนำกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" สำหรับระยะกลางและระยะยาว เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ฟอร์มตัวได้แข็งแกร่งที่สุดในสภาวะปัจจุบันแนวโน้มราคาทองคำ อยู่ในทิศทางแกว่งตัวขึ้น (Sideway Up) ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสลุ้นทะลุระดับ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ หากยืนเหนือ 4,800 เหรียญสหรัฐฯ ได้ ปัจจัยหนุนหลักตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) สหรัฐฯ ออกมาแย่ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า (บาทไทยแข็งค่าแตะ 32.00 บาท/ดอลลาร์) ประกอบกับสถานการณ์สงครามที่ช่วยพยุงไม่ให้ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ กรอบราคาทองโลก (Gold Spot) แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 4,730 เหรียญสหรัฐฯ และมีแนวต้านสำคัญที่ 4,800 - 5,000 เหรียญสหรัฐฯ กรอบราคาทองไทย แนวรับอยู่ที่บริเวณ 72,000 - 73,000 บาท และมีเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ 75,500 บาท

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางราคาทองคำหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวว่า ขณะนี้ราคาทองคำมีการฟื้นตัวและปรับฐานได้อย่างแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมแนะนักลงทุนจับตาแนวต้านสำคัญ หากผ่านได้เตรียมเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่

ปัจจัยหลักหนุนราคาทองคำ

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำฟื้นตัวในรอบนี้มาจาก 2 สภาวะหลัก ได้แก่

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข GDP ของสหรัฐอเมริกาออกมาไม่ค่อยดีนัก ส่งผลกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้น จากช่วงก่อนสงกรานต์ที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์โดยประมาณ

สถานการณ์สงคราม ภาวะสงครามยังคงเป็นตัวนำหลักที่ทำให้ราคาทองคำมีความผันผวน ทั้งในแง่บวกและลบ แต่โดยรวมยังคงช่วยพยุงราคาไม่ให้ทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) และค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น

เจาะลึกแนวรับ-แนวต้าน ทั้งตลาดโลกและไทย

ภาพรวมทางเทคนิคของราคาทองคำในขณะนี้ มีลักษณะแกว่งตัวออกข้างในทิศทางขาขึ้น (Sideway Up) โดยมีกรอบราคาที่น่าสนใจดังนี้

ทองคำตลาดโลก (Gold Spot)

สถานการณ์ปัจจุบัน ราคาแกว่งตัวอยู่บริเวณ 4,830 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์

แนวต้านสำคัญ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 4,800 เหรียญสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่อง 1-2 วัน จะมีโอกาสไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ภายใน 1-2 สัปดาห์ และหากทะลุผ่าน 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ไปได้อย่างมั่นคง จะถือเป็นการเข้าสู่ภาวะขาขึ้นอย่างชัดเจน

แนวรับ ฐานแนวรับเดิมที่ 4,650 เหรียญสหรัฐฯ ได้ถูกยกตัวสูงขึ้น โดยมีแนวรับใหม่ระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 4,730 เหรียญสหรัฐฯ

ทองคำในประเทศ (ทองคำไทย)

แนวต้าน (เป้าหมายถัดไป): ประเมินไว้ที่บริเวณ 75,500 บาท

แนวรับ: ประเมินไว้ที่บริเวณ 72,000 บาท (และมีแนวรับที่สอดคล้องกับตลาดโลกบริเวณ 73,000 บาท)

กลยุทธ์การลงทุน

ประธานกรรมการ MTS Gold ให้คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในระยะสั้นว่า ราคายังคงมีจังหวะแกว่งตัว อาจไม่ได้ปรับขึ้นในทันที แต่สำหรับระยะกลางและระยะยาว แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "ย่อซื้อ" (ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว) เนื่องจากราคาทองคำยังสามารถฟอร์มตัวได้อย่างแข็งแรงในสภาวะปัจจุบันที่สินทรัพย์อื่นสู้ไม่ได้ รวมถึงปัจจัยค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่า ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในระยะสั้น ราคาไม่น่าจะหลุดแนวรับที่ 4,730 เหรียญสหรัฐฯ