ชะลอลงทุนหุ้นไทย! ชี้ต่างชาติเทขาย จับตาอย่าหลุด 1,400 จุด

Share on Line Share on Facebook Share on X

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันหนัก หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสวนทางตลาดโลก "ปิง ประกิต" จาก บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ชี้สาเหตุหลักมาจากความกังวลการตั้งสำรองหนี้เสียของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ แนะนักลงทุน "Wait and See" ชะลอการเข้าซื้อในช่วงนี้

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก หลังจากดัชนีปรับตัวลดลงหลุดระดับ 1,500 จุด ท่ามกลางแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่สวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ได้ให้มุมมองผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า โอกาสที่หุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วนั้นเป็นไปได้ยากในระยะนี้

กลุ่มธนาคารพาณิชย์กดดันตลาด

ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในช่วงนี้มาจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของ TISCO แม้ว่ากำไรจะยังคงเติบโต แต่พบว่ามีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในระดับที่สูงมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณความอ่อนแอของคุณภาพหนี้ และสร้างความกังวลแก่นักลงทุนว่าธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ อาจเผชิญสถานการณ์เดียวกัน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มนี้อย่างหนัก

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวยาก หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสวนทางตลาดโลก สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำ ต้นทุนพลังงานสูง และเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจทำให้การแก้ปัญหาขาดเอกภาพ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เผชิญแรงเทขายหนัก หลังนักลงทุนกังวลเรื่องคุณภาพหนี้จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ที่อยู่ในระดับสูง แนะกลยุทธ์ Wait & See ประเมินแนวรับสำคัญที่ 1,400 จุด แนะนำนักลงทุนชะลอการลงทุนในหุ้นไทย และยังไม่ควรรีบเข้าซื้อเพื่อรับความเสี่ยงในระยะนี้ ระวังความผันผวนสถานการณ์โลก แม้มีกระแสข่าวเชิงบวกเรื่องการหยุดยิงในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง แนะนำผู้ที่มีกำไรจากหุ้นต่างประเทศพิจารณาขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันหนัก หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสวนทางตลาดโลก "ปิง ประกิต" จาก บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ชี้สาเหตุหลักมาจากความกังวลการตั้งสำรองหนี้เสียของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ แนะนักลงทุน "Wait and See" ชะลอการเข้าซื้อในช่วงนี้

สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก หลังจากดัชนีปรับตัวลดลงหลุดระดับ 1,500 จุด ท่ามกลางแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่สวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ได้ให้มุมมองผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า โอกาสที่หุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วนั้นเป็นไปได้ยากในระยะนี้

กลุ่มธนาคารพาณิชย์กดดันตลาด

ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในช่วงนี้มาจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของ TISCO แม้ว่ากำไรจะยังคงเติบโต แต่พบว่ามีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในระดับที่สูงมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณความอ่อนแอของคุณภาพหนี้ และสร้างความกังวลแก่นักลงทุนว่าธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ อาจเผชิญสถานการณ์เดียวกัน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มนี้อย่างหนัก

คุณประกิต ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย ทั้งที่กำลังเข้าซื้อในตลาดต่างประเทศอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติกำลังมองเห็น "ปัจจัยลบ" บางอย่างในประเทศไทย โดยประเมินได้ดังนี้

ต้นทุนพลังงานพุ่ง ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิในสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จึงได้รับผลกระทบโดยตรง

การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตัวเลขคาดการณ์ GDP ของไทยที่ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการเงินระดับโลก โดยเติบโตน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง

มูลค่าหุ้น (Valuation) อาจตึงตัว แม้ Valuation ในปัจจุบันหากตัดหุ้น DELTA ออกไปจะไม่ถือว่าแพงมาก แต่หากตัวเลขการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) และ GDP ยังคงย่ำแย่ ก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยดูไม่น่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ

แนะกลยุทธ์ชะลอลงทุน จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง

สำหรับแนวโน้มของตลาดหุ้นไทย คุณประกิต ประเมินว่าต้องระมัดระวังไม่ให้ดัชนีหลุดแนวรับที่ระดับ 1,400 จุด ในช่วงเวลานี้แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ "Wait and See" และยังไม่ควรรีบเข้าไปรับหุ้นไทย

ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง แม้ราคาน้ำมันจะมีการดีดตัวขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่ตลาดหุ้นในเอเชียไม่ได้ตอบสนองต่อประเด็นนี้มากนัก ประกอบกับมีกระแสข่าวเชิงบวกจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุถึงความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวร อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนและผันผวนสูง ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่มีกำไรจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ก็อาจพิจารณาขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์โลกยังมีความผันผวนเช่นนี้