
สรุปข่าว
เสียงสัญญาณเตือนภัย และเสียงระเบิดจากการยิงสกัดของระบบป้องกันทางอากาศ ดังสนั่นหวั่นไหวเหนือท้องฟ้าในหลายพื้นที่ทั่วอิสราเอล รวมทั้งกรุงเทล อาวีฟ เมืองเบธเลเฮม และนครเยรูซาเลม เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (14 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่น หลังอิหร่านปล่อยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนติดระเบิด และขีปนาวุธ รวมกันมากกว่า 200 ลูก เข้าโจมตีดินแดนอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เมษายน
นับเป็นการเปิดฉากโจมตีดินแดนอิสราเอลโดยตรงครั้งแรกของอิหร่าน นับแต่เกิดการสู้รบรอบใหม่ของอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งอิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮามาสและกองกำลังอื่น ๆ ที่ต่อต้านอิสราเอลในภูมิภาค

ด้านกองทัพอิสราเอล แถลงว่า มีโดรนมากกว่า 200 ลำ ยิงมาจากอิหร่าน ขณะที่แหล่งข่าวในอิรักและจอร์แดน รายงานพบเห็นโดรนหลายลำ บินเหนือน่านฟ้า ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคได้ยิงสกัดโดรนของอิหร่านบางส่วนเหนือน่านฟ้าซีเรียก่อนที่จะถึงอิสราเอล
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เหตุโจมตีแบบลอยฟ้าของอิหร่านทำให้อิสราเอลต้องปิดน่านฟ้า รวมทั้งอิรักและจอร์แดน สั่งปิดน่านฟ้าแล้วเช่นเดียวกัน

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงออกโทรทัศน์ ระบุว่า อิสราเอลได้เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีโดยตรงจากอิหร่าน และพร้อมรับทุกสถานการณ์ทั้งการป้องกันและการโจมตีตอบโต้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ยังเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการ เพื่อความปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ควบลูกคาบดอกในช่วงนี้ด้วย
ขณะที่ชาวอิหร่านหลายพันคน ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนเมื่อเช้าวันนี้ (14 เมษายน) แสดงการสนับสนุนการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อต่อสู้กับอิสราเอล


- สหรัฐฯ ส่งข้อตกลงใหม่ให้อิหร่านพิจารณา ควบคุมการพัฒนายูเรเนียม
- ฮามาส-อิสราเอล ยอมแลกเปลี่ยนตัวประกัน แต่ต้องเจรจาเพิ่มเติม
- รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เรียกร้องเอเชียเพิ่มงบประมาณกลาโหมรับมือความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก
- ฮูตีขู่โจมตีเครื่องบินพาณิชย์อิสราเอล หลังถูกโจมตีจนเครื่องบินพลเรือนลำสุดท้ายของเยเมนพังยับ
- ไบเดนปรากฏตัวครั้งแรกหลังป่วยมะเร็ง เผยเข้ารับการบำบัดแล้วกำลังใจดีเยี่ยม
- ขุนคลังสหรัฐเผยเจรจา "สหรัฐฯ-จีน" สะดุด แนะผู้นำ 2 ชาติ "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" โทรคุยตรง
- เนทันยาฮูยอมรับข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เสนอแล้ว แต่ฮามาสยังไม่ตกลง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
