ญี่ปุ่นเอาจริง รับมือ “คนต่างด้าว” ชู MAGA ต้นแบบนโยบายคุมเข้มชาวต่างชาติในประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ญี่ปุ่นเอาจริง รับมือ “คนต่างด้าว” ชู MAGA ต้นแบบนโยบายคุมเข้มชาวต่างชาติในประเทศ

“Japan First” ได้กลายมาเป็นนโยบายที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ภายใต้การนำของ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ สายอนุรักษ์นิยม


เธอตั้ง “คิมิ โอโนดะ” นักการเมืองหญิงลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกา วัย 42 ปี ขึ้นเป็นรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังมีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงาน “ส่งเสริมสังคมเพื่ออยู่ร่วมกับชาวต่างชาติอย่างเป็นระเบียบ”(orderly coexistent society with foreigners) 


การตั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่อง “ผู้อพยพ” เป็นการเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ ทำให้เกิดการเรียกขานกันเล่น ๆ ว่าเป็น “กระทรวงการเนรเทศคนขนานใหญ่” (Ministry for Mass Deportations) ที่อาจตามมาด้วยนโยบายการส่งชาวต่างชาติกลับประเทศ โดยเฉพาะคนที่อยู่เกิดกำหนด และนักท่องเที่ยวที่ไม่เป็นมิตร ที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน


ผู้สนับสนุนนโยบายนี้มองว่า ในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นก็ “เอาจริงเอาจัง” กับการควบคุมคนเข้าเมือง และปกป้องวัฒนธรรมอันล้ำค่าของพวกเขาเสียที หลังจากที่ไม่มีมาตรการรับมือที่เอาจริงเอาจังมาอย่างยาวนาน 


แต่ฝ่ายต่อต้านกลับกังวลว่า หน่วยงานดังกล่าว อาจเป็นจุดตั้งต้นของนโยบายชาตินิยมสุดโต่ง ที่พุ่งเป้าโจมตีแรงงานชาวต่างชาติ และผู้อยู่อาศัยก็เป็นได้ 

สรุปข่าว

ญี่ปุ่นภายใต้ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกรัฐมนตรีหญิงสายอนุรักษ์นิยม เดินหน้านโยบาย “Japan First” ตั้งหน่วยงาน “อยู่ร่วมกับชาวต่างชาติอย่างเป็นระเบียบ” โดยมี คิมิ โอโนดะ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันเป็นผู้ดูแล เน้นคุมเข้มคนต่างชาติด้วยแผน “Zero Illegal Immigrants” ตรวจสอบการพำนัก การจ่ายภาษีและประกันสังคมอย่างเข้มงวด เพื่อให้ “อยู่ร่วมกันได้ภายใต้กฎของญี่ปุ่น”

“Japan First” ได้กลายมาเป็นนโยบายที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ภายใต้การนำของ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ สายอนุรักษ์นิยม


เธอตั้ง “คิมิ โอโนดะ” นักการเมืองหญิงลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกา วัย 42 ปี ขึ้นเป็นรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังมีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงาน “ส่งเสริมสังคมเพื่ออยู่ร่วมกับชาวต่างชาติอย่างเป็นระเบียบ”(orderly coexistent society with foreigners) 


การตั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่อง “ผู้อพยพ” เป็นการเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ ทำให้เกิดการเรียกขานกันเล่น ๆ ว่าเป็น “กระทรวงการเนรเทศคนขนานใหญ่” (Ministry for Mass Deportations) ที่อาจตามมาด้วยนโยบายการส่งชาวต่างชาติกลับประเทศ โดยเฉพาะคนที่อยู่เกิดกำหนด และนักท่องเที่ยวที่ไม่เป็นมิตร ที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน


ผู้สนับสนุนนโยบายนี้มองว่า ในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นก็ “เอาจริงเอาจัง” กับการควบคุมคนเข้าเมือง และปกป้องวัฒนธรรมอันล้ำค่าของพวกเขาเสียที หลังจากที่ไม่มีมาตรการรับมือที่เอาจริงเอาจังมาอย่างยาวนาน 


แต่ฝ่ายต่อต้านกลับกังวลว่า หน่วยงานดังกล่าว อาจเป็นจุดตั้งต้นของนโยบายชาตินิยมสุดโต่ง ที่พุ่งเป้าโจมตีแรงงานชาวต่างชาติ และผู้อยู่อาศัยก็เป็นได้ 

คิมิ โอโนดะ คือใคร?

เป็นนักการเมืองแนวอนุรักษ์นิยม เกิดเมื่อปี 1982 ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา บิดาเป็นชาวอเมริกา และมารดาเป็นชชาวญี่ปุ่น เธอย้ายกลับไปญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก และประกาศสละสัญชาติอเมริกันเพื่อหันมาเล่นการเมืองญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว 


เธอชูนโยบาย “Japan First” หรือ “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” พร้อมกับจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่า “เข้มงวดต่อการให้สิทธิแก่ชาวต่างชาติ และการเข้ามาอยู่ในญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย”  และในช่วงการระบาดของโควิด เธอยังเคยคัดค้านสวัสดิการโควิดให้กับแรงงานต่างชาติ ตลอดจนการให้ทบทวนสิทธิ์ลดหย่อนภาษีของชาวต่างชาติในญี่ปุ่นด้วย

Japan First?

ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเจอกับการไหลทะลักเข้าเมืองของชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาชั่วคราวและถาวร โดยเมื่อ 2024 มีชาวต่างชาติเข้าญี่ปุ่นมากเป็นประวัติการณ์ ที่ 3.8 ล้านคน และตัวเลขเหล่านี้เองทำให้ชาวญี่ปุ่นท้องถิ่นมีความกังวลถึงอาชญากรรมและพฤติกรรมรบกวนบางอย่างที่ก่อขึ้นโดยชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ 


นโยบาย America First ของทรัมป์ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ กลายเป็น Japan First


และหน่วยงานกำกับดูแล “คนต่างด้าว” นี้ จึงถูกตั้งขึ้น ไม่ใช่เพื่อการเนรเทศครั้งใหญ่อย่างที่เป็นกระแส แต่มีขึ้นเพื่อเน้นการคุมเข้มชาวต่างชาติ ด้วยนโยบายสำคัญที่สุคดือ ต้ังไม่มีผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเพื่อให้ “อยู่ร่วมกันได้ ด้วยกฎของญี่ปุ่น” 


เพราะญี่ปุ่นเองก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยไร้ซึ่ง “ชาวต่างชาติ” หากแต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ “อยู่ร่วมกันได้” อย่างเหมาะสม

ที่มาข้อมูล : Japan Today, Reuters, Minichi

ที่มารูปภาพ : AP

sticky-bar-top