สหรัฐฯ ย้ำยังต้องการกรีนแลนด์หลังการเจรจา 3 ฝ่ายไม่เป็นผล

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ย้ำยังต้องการกรีนแลนด์หลังการเจรจา 3 ฝ่ายไม่เป็นผล

ลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและวิเวียน ม็อตซ์เฟลด์ต รัฐมนตรีต่างประเทศของกรีนแลนด์ได้เข้าพบรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวานนี้ (14 มกราคม) เพื่อหารือในประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์กล่าวว่า พวกเขาได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์อย่าง “ตรงไปตรงมาแต่ก็สร้างสรรค์” เมื่อวานนี้ โดยราสมุสเซน กล่าวว่า “เรามีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาแต่ก็สร้างสรรค์ การหารือมุ่งเน้นไปที่การสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงระยะยาวให้กับกรีนแลนด์ และในประเด็นนี้ ต้องยอมรับว่ามุมมองของเรายังคงแตกต่างกัน”

ส่วนม็อตซ์เฟลด์ต รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ กล่าวว่า เธอต้องการเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่กรีนแลนด์ไม่ต้องการตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐฯ

การประชุมเมื่อวานนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กับรัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ดูเหมือนจะไม่ช่วยลดทอนความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์แต่อย่างใด และยิ่งเพิ่มแนวโน้มที่จะเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยืดเยื้อระหว่างเดนมาร์กและสหรัฐฯ 

ภายหลังการประชุมที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ เข้าร่วมด้วย ราสมุสเซนกล่าวว่า สหรัฐฯ และเดนมาร์กจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ ที่หลากหลายเกี่ยวกับดินแดนโพ้นทะเลของเดนมาร์กแห่งนี้

สรุปข่าว

สหรัฐฯ ยังแสดงเจตจำนงต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก หลังการหารือกับระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กและกรีนแลนด์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น

ลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและวิเวียน ม็อตซ์เฟลด์ต รัฐมนตรีต่างประเทศของกรีนแลนด์ได้เข้าพบรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวานนี้ (14 มกราคม) เพื่อหารือในประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์กล่าวว่า พวกเขาได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์อย่าง “ตรงไปตรงมาแต่ก็สร้างสรรค์” เมื่อวานนี้ โดยราสมุสเซน กล่าวว่า “เรามีการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาแต่ก็สร้างสรรค์ การหารือมุ่งเน้นไปที่การสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงระยะยาวให้กับกรีนแลนด์ และในประเด็นนี้ ต้องยอมรับว่ามุมมองของเรายังคงแตกต่างกัน”

ส่วนม็อตซ์เฟลด์ต รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ กล่าวว่า เธอต้องการเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่กรีนแลนด์ไม่ต้องการตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐฯ

การประชุมเมื่อวานนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กับรัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ดูเหมือนจะไม่ช่วยลดทอนความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์แต่อย่างใด และยิ่งเพิ่มแนวโน้มที่จะเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยืดเยื้อระหว่างเดนมาร์กและสหรัฐฯ 

ภายหลังการประชุมที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ เข้าร่วมด้วย ราสมุสเซนกล่าวว่า สหรัฐฯ และเดนมาร์กจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ ที่หลากหลายเกี่ยวกับดินแดนโพ้นทะเลของเดนมาร์กแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำชัดว่า สหรัฐฯ ยังคงไม่เปลี่ยนจุดยืนที่ระบุว่าจำเป็นต้องเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งทั้งราสมุสเซนและม็อตซ์เฟลด์ตมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยที่ไม่อาจยอมรับได้

ราสมุสเซนกล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกสถานทูตเดนมาร์กในกรุงวอชิงตัน หลังการประชุมสิ้นสุดลงว่า“เราไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของฝ่ายอเมริกาได้ เป็นที่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีมีความต้องการจะยึดครองกรีนแลนด์”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่า เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์และอุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุ มีความสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียหรือจีนเข้ามายึดครอง เขายังระบุว่า ทุกทางเลือกยังคงอยู่บนโต๊ะเพื่อรักษาความมั่นคงของดินแดนดังกล่าว ซึ่งถ้อยแถลงเหล่านี้ได้สร้างความปั่นป่วนภายในพันธมิตรนาโตอย่างมาก

ทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์กยืนยันว่า เกาะแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาซื้อขายได้ พร้อมระบุว่าการข่มขู่ด้วยการใช้กำลังเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ และประเด็นด้านความมั่นคงควรได้รับการแก้ไขผ่านการหารือระหว่างพันธมิตร โดยประเทศสำคัญหลายประเทศในสหภาพยุโรปได้แสดงการสนับสนุนเดนมาร์กในเรื่องนี้

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Getty Images

sticky-bar-top