
องค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ FAA ออกคำเตือนถึงสายการบินในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 มกราคม) ให้ใช้ความระมัดระวังในการบินผ่านน่านฟ้าของ “เม็กซิโก รวมถึงประเทศในอเมริกากลาง และบางส่วนของอเมริกาใต้” โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากความเป็นไปได้ของ “การเคลื่อนไหวทางทหาร” ที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคและการรบกวนสัญญาณจีพีเอส
FAA ระบุว่า ได้ออกประกาศเตือนนักบินที่ทำการบินผ่านน่านฟ้า ที่ครอบคลุมตั้งแต่เม็กซิโกและประเทศในอเมริกากลาง ตลอดจนเอกวาดอร์ โคลอมเบีย และบางส่วนของน่านฟ้าในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก โดยคำเตือนได้มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ต่อเนื่องไปอีก 60 วันนับจากนั้น
ในเวลาต่อมา ทางการเม็กซิโกได้ออกมาตอบโต้คำแนะนำด้านการบินของ FAA โดยระบุว่าเป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อนและไม่ได้จำกัดน่านฟ้าหรือสายการบินของเม็กซิโก เนื่องจาก ประกาศดังกล่าวใช้กับผู้ประกอบการการบินของสหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนการบินต่าง ๆ ในเม็กซิโกยังคงไม่ได้รับผลกระทบจนถึงในขณะนี้
สรุปข่าว
องค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ FAA ออกคำเตือนถึงสายการบินในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 มกราคม) ให้ใช้ความระมัดระวังในการบินผ่านน่านฟ้าของ “เม็กซิโก รวมถึงประเทศในอเมริกากลาง และบางส่วนของอเมริกาใต้” โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากความเป็นไปได้ของ “การเคลื่อนไหวทางทหาร” ที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคและการรบกวนสัญญาณจีพีเอส
FAA ระบุว่า ได้ออกประกาศเตือนนักบินที่ทำการบินผ่านน่านฟ้า ที่ครอบคลุมตั้งแต่เม็กซิโกและประเทศในอเมริกากลาง ตลอดจนเอกวาดอร์ โคลอมเบีย และบางส่วนของน่านฟ้าในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก โดยคำเตือนได้มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ต่อเนื่องไปอีก 60 วันนับจากนั้น
ในเวลาต่อมา ทางการเม็กซิโกได้ออกมาตอบโต้คำแนะนำด้านการบินของ FAA โดยระบุว่าเป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อนและไม่ได้จำกัดน่านฟ้าหรือสายการบินของเม็กซิโก เนื่องจาก ประกาศดังกล่าวใช้กับผู้ประกอบการการบินของสหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนการบินต่าง ๆ ในเม็กซิโกยังคงไม่ได้รับผลกระทบจนถึงในขณะนี้
หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา FAA ได้สั่งจำกัดเที่ยวบินทั่วภูมิภาคแคริบเบียนที่ส่งผลให้สายการบินรายใหญ่หลายแห่ง ต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว ขณะที่ ไบรอัน เบดฟอร์ด ผู้อำนวยการ FAA ออกมาเปิดเผยว่า FAA มีการประสานงานที่ดีร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีในเวเนซุเอลาด้วย
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์เสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ในแถบแคริบเบียนตอนใต้ ไปจนถึงการโจมตีเวเนซุเอลาและควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งทรัมป์ ยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการดำเนินการทางทหารอื่น ๆ ในพื้นที่ลาตินอเมริกา อาทิ โคลอมเบีย ที่อาจตกเป็นเป้าหมายถัดไปของสหรัฐฯ ด้วย โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่าแก๊งค้ายาเสพติดเป็นผู้ควบคุมเม็กซิโก และบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินเพื่อปราบปรามกลุ่มเหล่านี้
เมื่อเดือนที่แล้ว เครื่องบินโดยสารของสายการบินเจ็ตบลู (JetBlue) ที่มุ่งหน้าไปนครนิวยอร์ก ต้องหลบหลีกการ “ชนกลางอากาศ” กับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ใกล้เวเนซุเอลา โดยเที่ยวบินของ JetBlue นี้ออกเดินทางจากประเทศคูราเซาในทะเลแคริบเบียน และกำลังบินอยู่ห่างจากชายฝั่งเวเนซุเอลาประมาณ 60 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องบินลำดังกล่าวจะได้รับรายงานว่า กำลังเผชิญหน้ากับเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้เปิดสัญญาณทรานสปอนเดอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ของเครื่องบินสามารถสื่อสารกับหอบังคับการบินและเครื่องบินลำอื่นได้
- กองทัพสหรัฐฯ เผยรถถังรุ่นใหม่ "เอบรามส์" ในงาน Detroit Auto Show
- ชาติอาหรับว่าอย่างไร ? หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอีก เมื่อตัวเลือกทางทหารยังอยู่ในมือทรัมป์
- "สหรัฐฯ" ประกาศระงับวีซ่า "ผู้อพยพ" Immigrant Visa ทั้งหมด 75 ประเทศรวม "ประเทศไทย" เริ่ม 21 มกราคม 2569
- สหรัฐฯ ถอนกำลังพลบางส่วนจากฐานทัพ “อัล-อูเดอิด” ในกาตาร์
- วุฒิสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายห้ามทรัมป์ยึดกรีนแลนด์
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : Getty Images

