
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข่าวดีด้านการอนุรักษ์พรรณไม้ระดับโลก หลังทีมนักวิจัยค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วนานกว่า 130 ปี โดยพบประชากรอีกครั้งในพื้นที่ระบบนิเวศเขาหินปูนในจังหวัดพังงาและสุราษฎร์ธานี
“หูเสือใบขน” หรือชื่อพฤกษศาสตร์ปัจจุบันคือ 𝘊𝘰𝘭𝘦𝘶𝘴 𝘵𝘰𝘮𝘦𝘯𝘵𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘴 (Suddee) Suddee ถูกสำรวจพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ (Mr. Curtis) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 ในพื้นที่จังหวัดพังงา แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา กลับไม่มีรายงานการพบเห็นพืชชนิดนี้ในธรรมชาติอีกเลย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 ได้มีการตีพิมพ์ชื่อพรรณไม้ชนิดนี้เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกโดยบรรยายลักษณะจากตัวอย่างแห้งเพียงชิ้นเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอพรรณไม้ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น
ล่าสุด ภายใต้โครงการวิจัยความหลากหลายของพันธุ์พืชในระบบนิเวศเขาหินปูน โดยกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช นำโดย นางสาวนัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ พร้อมคณะ ได้ดำเนินการล่องเรือสำรวจหน้าผาหินปูนบริเวณเขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก และต่อเนื่องไปยังอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ในช่วงปี พ.ศ. 2567-2568
สรุปข่าว
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.69 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข่าวดีด้านการอนุรักษ์พรรณไม้ระดับโลก หลังทีมนักวิจัยค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่เคยคาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วนานกว่า 130 ปี โดยพบประชากรอีกครั้งในพื้นที่ระบบนิเวศเขาหินปูนในจังหวัดพังงาและสุราษฎร์ธานี
“หูเสือใบขน” หรือชื่อพฤกษศาสตร์ปัจจุบันคือ 𝘊𝘰𝘭𝘦𝘶𝘴 𝘵𝘰𝘮𝘦𝘯𝘵𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘴 (Suddee) Suddee ถูกสำรวจพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ (Mr. Curtis) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 ในพื้นที่จังหวัดพังงา แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา กลับไม่มีรายงานการพบเห็นพืชชนิดนี้ในธรรมชาติอีกเลย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 ได้มีการตีพิมพ์ชื่อพรรณไม้ชนิดนี้เป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกโดยบรรยายลักษณะจากตัวอย่างแห้งเพียงชิ้นเดียวที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหอพรรณไม้ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น
ล่าสุด ภายใต้โครงการวิจัยความหลากหลายของพันธุ์พืชในระบบนิเวศเขาหินปูน โดยกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช นำโดย นางสาวนัยนา เทศนา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ พร้อมคณะ ได้ดำเนินการล่องเรือสำรวจหน้าผาหินปูนบริเวณเขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก และต่อเนื่องไปยังอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ในช่วงปี พ.ศ. 2567-2568
ในการสำรวจครั้งนี้ ทีมวิจัยได้พบกับพืชพุ่มขนาดเล็กเกาะอยู่บนหน้าผาสูงชันซึ่งยากต่อการเข้าถึง จนต้องใช้ไม้สอยเพื่อนำตัวอย่างมาตรวจสอบอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าเป็น “หูเสือใบขน” พรรณไม้ที่นักพฤกษศาสตร์ทั่วโลกตามหามานานนับศตวรรษ
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันว่า “หูเสือใบขน” ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเขาหินปูนในประเทศไทย โดยกรมอุทยานฯ เตรียมวางแผนศึกษาวิจัยต่อยอด ทั้งในด้านการอนุรักษ์ การขยายพันธุ์ และการศึกษาคุณประโยชน์เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป
หูเสือใบขน (ชื่อพฤกษศาสตร์เดิม: 𝘗𝘭𝘦𝘤𝘵𝘳𝘢𝘯𝘵𝘩𝘶𝘴 𝘵𝘰𝘮𝘦𝘯𝘵𝘪𝘧𝘰𝘭𝘪𝘶𝘴) มีลักษณะเด่นคือเป็นพืชล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ ใบมีขนหนาแน่นทั้งสองด้าน ดอกมีสีขาวแกมชมพูสวยงาม ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ปัจจุบันถูกจัดกลุ่มใหม่ให้อยู่ในสกุล 𝘊𝘰𝘭𝘦𝘶𝘴 ตามหลักวิวัฒนาการชาติพันธุ์
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องน่ายินดีของวงการพฤกษศาสตร์ไทย แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนศึกษาวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันที่จะเดินหน้าสำรวจและคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยของพรรณไม้หายากเหล่านี้ เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้คงอยู่สืบไป
- นกทะเลชายฝั่งเปรู ลดฮวบ 75% เสี่ยงสูญพันธุ์ เจอทั้งโลกร้อน-โรคระบาด
- “ค้างคาว” ฮีโร่แห่งนาข้าว งานวิจัยชี้ช่วยลดศัตรูพืชได้จริง!
- “นก” กว่า 500 สายพันธุ์ กำลังจะหายไปในศตวรรษนี้ และอาจพลิกระบบนิเวศทั่วโลก
- อลังการโลกใต้ทะเล เกาะพีพีเริ่มฟื้นตัว พบสัตว์น้ำหายากเพิ่มขึ้น
- สายพันธุ์เห็ด 1 ใน 3 ทั่วโลกเสี่ยงสูญพันธุ์ ถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อนและการตัดไม้ทำลายป่า
ที่มาข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ที่มารูปภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

