โลกร้อนจ่อคุกคาม “กบ” นักวิจัยเตือนเสี่ยงสูญพันธุ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนจ่อคุกคาม “กบ” นักวิจัยเตือนเสี่ยงสูญพันธุ์

งานวิจัยใหม่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ที่อาศัยในพื้นที่เนินเขาและที่ราบสูงมากกว่าสัตว์บนภูเขาสูง ซึ่งอาจสวนทางกับความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านี้ โดยงานศึกษานี้ถูกเผยแพร่ในวารสาร Journal of Thermal Biology และได้รับการอธิบายโดย Science Media Center Taiwan


นักวิจัยเลือกศึกษากบต้นไม้ Moltrecht (Zhangixalus moltrechti) ซึ่งถูกมองว่าเป็น “สายพันธุ์ตัวชี้วัด” ของผลกระทบโลกร้อน เพราะสามารถอาศัยอยู่ได้ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงภูเขา ทีมวิจัยนำโดย รองศาสตราจารย์ จวง หมิงเฟิง จากมหาวิทยาลัย National Chung Hsing ศึกษาลูกอ๊อดใน 9 แหล่งที่อยู่อาศัยที่ระดับความสูง 474–2,020 เมตร ผลการศึกษาพบว่า ลูกอ๊อดสามารถปรับตัวต่ออากาศหนาวได้ตามแหล่งกำเนิด แต่ทนความร้อนได้เพียงช่วง 38–40 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นขีดจำกัดสำคัญของความสามารถในการรับมือภาวะโลกร้อน หมายความว่ากบชนิดนี้แทบไม่มี พื้นที่เผื่อความปลอดภัยต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากไม่มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เชื่อมต่อกัน


สรุปข่าว

งานวิจัยพบว่ากบต้นไม้และสัตว์พื้นที่เนินเขาและที่ราบสูงอาจเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก “โลกร้อน” มากกว่าที่เคยเชื่อ เพราะทนความร้อนได้จำกัดเพียง 38–40°C ขณะที่การขยายตัวของเมืองทำให้เส้นทางอพยพถูกตัดขาด จึงต้องมี “พื้นที่หลบภัยความร้อน” และทางเชื่อมถิ่นอาศัย นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าวิธีประเมินความเสี่ยงเดิมอาจมีจุดบอด และประชากรสัตว์จำนวนมากอาจตายลงอย่างรวดเร็วได้

งานวิจัยใหม่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ที่อาศัยในพื้นที่เนินเขาและที่ราบสูงมากกว่าสัตว์บนภูเขาสูง ซึ่งอาจสวนทางกับความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านี้ โดยงานศึกษานี้ถูกเผยแพร่ในวารสาร Journal of Thermal Biology และได้รับการอธิบายโดย Science Media Center Taiwan


นักวิจัยเลือกศึกษากบต้นไม้ Moltrecht (Zhangixalus moltrechti) ซึ่งถูกมองว่าเป็น “สายพันธุ์ตัวชี้วัด” ของผลกระทบโลกร้อน เพราะสามารถอาศัยอยู่ได้ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงภูเขา ทีมวิจัยนำโดย รองศาสตราจารย์ จวง หมิงเฟิง จากมหาวิทยาลัย National Chung Hsing ศึกษาลูกอ๊อดใน 9 แหล่งที่อยู่อาศัยที่ระดับความสูง 474–2,020 เมตร ผลการศึกษาพบว่า ลูกอ๊อดสามารถปรับตัวต่ออากาศหนาวได้ตามแหล่งกำเนิด แต่ทนความร้อนได้เพียงช่วง 38–40 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นขีดจำกัดสำคัญของความสามารถในการรับมือภาวะโลกร้อน หมายความว่ากบชนิดนี้แทบไม่มี พื้นที่เผื่อความปลอดภัยต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากไม่มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เชื่อมต่อกัน


นักวิจัยเสนอว่ากบชนิดนี้อาจต้องการพื้นที่หลบภัยความร้อน และ ทางเชื่อมแนวตั้งเพื่อให้ย้ายถิ่นตามระดับความสูงได้ แต่การขยายตัวของเมืองทำให้ถิ่นอาศัยถูกแบ่งแยกและขัดขวางการอพยพ

 

ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า สัตว์บนภูเขาสูงอาจหนีความร้อนไปยังพื้นที่สูงขึ้นได้ แต่สัตว์ในที่ราบและพื้นที่ต่ำไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ เพราะเมืองและสิ่งปลูกสร้างขวางทางการอพยพ ดังนั้น การวางผังเมืองจำเป็นต้องรักษาทางเชื่อมสำหรับสัตว์ป่า มิฉะนั้นอาจกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม

 

นอกจากนี้ งานวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า วิธีประเมินความเสี่ยงสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันอาจมีจุดบอดเพราะมักสมมติว่าสัตว์ในชนิดเดียวกันมีความทนต่ออุณหภูมิเท่ากัน แต่ความจริงอาจแตกต่างกันมาก ส่งผลให้ประชากรจำนวนมากอาจตายลงได้อย่างรวดเร็วเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

งานวิจัยชี้ว่ากบและสัตว์ในพื้นที่เนินเขาและที่ราบสูงอาจเสี่ยงจากโลกร้อนมากกว่าที่เคยเชื่อ เนื่องจากมีขีดจำกัดในการทนความร้อนและถูกขวางเส้นทางอพยพจากการพัฒนาเมือง หากไม่รักษาทางเชื่อมถิ่นอาศัยและพื้นที่หลบภัยความร้อน อาจเกิดการสูญพันธุ์และกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้าง

ที่มาข้อมูล : taipeitimes.com

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top