
จากการเปิดเผยของงานวิจัยล่าสุดพบว่า สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นในเขตอาร์กติกกำลังสร้างความท้าทายครั้งใหม่ให้กับกวางเรนเดียร์ หลังปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งอาหาร และนำไปสู่การลดลงของอัตราการเกิดในฝูงกวางเรนเดียร์
โดยปกติ กวางเรนเดียร์สามารถเอาชีวิตรอดในฤดูหนาวอันโหดร้ายของอาร์กติกได้ ด้วยกีบเท้าที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ใช้ขุดคุ้ยหิมะเพื่อกินไลเคนและมอสที่อยู่ด้านล่าง แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับทำให้การเข้าถึงอาหารเหล่านี้ยากลำบากมากขึ้น
สรุปข่าว
จากการเปิดเผยของงานวิจัยล่าสุดพบว่า สภาพอากาศที่อุ่นขึ้นในเขตอาร์กติกกำลังสร้างความท้าทายครั้งใหม่ให้กับกวางเรนเดียร์ หลังปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งอาหาร และนำไปสู่การลดลงของอัตราการเกิดในฝูงกวางเรนเดียร์
โดยปกติ กวางเรนเดียร์สามารถเอาชีวิตรอดในฤดูหนาวอันโหดร้ายของอาร์กติกได้ ด้วยกีบเท้าที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ใช้ขุดคุ้ยหิมะเพื่อกินไลเคนและมอสที่อยู่ด้านล่าง แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับทำให้การเข้าถึงอาหารเหล่านี้ยากลำบากมากขึ้น
นักวิจัยอธิบายว่า เมื่อฝนตกลงบนพื้นหิมะ หิมะจะละลายและแข็งตัวใหม่ กลายเป็นชั้นน้ำแข็งแข็งปกคลุมพื้นผิว ส่งผลให้กวางเรนเดียร์ไม่สามารถใช้กีบเท้าขูดหิมะลงไปหาอาหารได้สะดวก ข้อมูลสภาพอากาศตั้งแต่ปี 1960 ชี้ให้เห็นว่า ฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นทำให้เหตุการณ์ฝนตกบนหิมะ หรือ rain-on-snow เกิดบ่อยขึ้นในภูมิภาคอาร์กติก
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลสภาพอากาศกับสถิติการเกิดของฝูงกวางเรนเดียร์ในนอร์เวย์และฟินแลนด์ นักวิจัยพบว่า อัตราการเกิดมักลดลงในช่วงฤดูร้อนที่ตามมาหลังฤดูหนาวซึ่งเกิดเหตุฝนตกบนหิมะจำนวนมาก
ผลการศึกษานี้ ซึ่งนำเสนอในการประชุมประจำปีของสมาคมธรณีฟิสิกส์อเมริกัน ที่เมืองนิวออร์ลีนส์เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยังระบุว่า เหตุการณ์ฝนตกบนหิมะเริ่มเกิดเร็วขึ้น และมีความถี่รวมถึงขอบเขตที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนในของภูมิภาคอาร์กติกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
พื้นที่ที่มีกวางเรนเดียร์อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากการแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรอาหารที่มีจำกัดมากขึ้น นักวิจัยระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยนำไปใช้วางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์สามารถพาฝูงสัตว์เข้าไปใช้พื้นที่ฤดูหนาวที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ฝนตกบนหิมะน้อยกว่า
- โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง
- “เอเชีย” กำลังแพ้ศึกโลกร้อน เร่งพัฒนาเทคโนโลยี แต่ทอดทิ้งวิกฤตอากาศ
- ดอกไม้ฤดูหนาวบานก่อนเวลา สัญญาณโลกร้อน ทำปฏิทินธรรมชาติพัง
- โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ
- ดอกไม้บานในฤดูหนาว โลกร้อนทำวงจรชีวิตพืชรวน สัญญาณเตือนความผิดปกติจากธรรมชาติ
ที่มาข้อมูล : Reuters
ที่มารูปภาพ : Getty Images

