โลกร้อนพุ่งไม่หยุด! “ม่านมลพิษ” หาย โลกอาจเดือดแตะ 2°C ก่อน 2050

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนพุ่งไม่หยุด!  “ม่านมลพิษ” หาย  โลกอาจเดือดแตะ 2°C ก่อน 2050

รายงานฉบับใหม่จากสหราชอาณาจักรเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจาก “ม่านบังแดด” จากมลพิษทางอากาศที่เคยช่วยลดความร้อนของโลกกำลังค่อยๆ หายไป ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินทั่วโลกอาจยังไม่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

รายงานร่วมของสถาบันนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งสหราชอาณาจักร (Institute and Faculty of Actuaries: IFoA) และมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ ระบุว่า อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่แบบจำลองส่วนใหญ่คาดไว้ เนื่องจากผลของมลพิษทางอากาศซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น “ร่มกันแดด” ช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ราว 0.5 องศาเซลเซียส กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความพยายามในการควบคุมและทำความสะอาดมลพิษ โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านการขนส่งทางเรือที่ลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์

 

สรุปข่าว

รายงานจากนักวิทยาศาสตร์อังกฤษเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจาก “ม่านบังแดด” จากมลพิษทางอากาศกำลังหายไป อุณหภูมิโลกอาจแตะ 2 องศาเซลเซียสก่อนปี 2050 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบอาหาร น้ำ สุขภาพ และเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคการเงินเร่งรับมือ ลดก๊าซเรือนกระจก และปรับระบบเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

รายงานฉบับใหม่จากสหราชอาณาจักรเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวเร็วกว่าที่เคยประเมินไว้ เนื่องจาก “ม่านบังแดด” จากมลพิษทางอากาศที่เคยช่วยลดความร้อนของโลกกำลังค่อยๆ หายไป ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินทั่วโลกอาจยังไม่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

รายงานร่วมของสถาบันนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งสหราชอาณาจักร (Institute and Faculty of Actuaries: IFoA) และมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ ระบุว่า อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่แบบจำลองส่วนใหญ่คาดไว้ เนื่องจากผลของมลพิษทางอากาศซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น “ร่มกันแดด” ช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ราว 0.5 องศาเซลเซียส กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความพยายามในการควบคุมและทำความสะอาดมลพิษ โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านการขนส่งทางเรือที่ลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์

 

รายงานชื่อ Parasol Lost ยังชี้ว่า งานวิจัยล่าสุดหลายชิ้นบ่งชี้ว่า โลกอาจมีความไวต่อก๊าซเรือนกระจกมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้อุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าคาด หากไม่มีมาตรการเร่งด่วน ภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มแตะระดับ 2 องศาเซลเซียสก่อนปี 2050 ซึ่งเป็นระดับที่เชื่อมโยงกับผลกระทบร้ายแรงต่อระบบอาหาร น้ำ การอพยพของประชากร และสุขภาพของมนุษย์

 

สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่เงินเฟ้อจากสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางการเงิน การถอนความคุ้มครองประกันภัยในพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มโอกาสเกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมจากการสูญเสียระบบนิเวศที่ค้ำจุนมนุษยชาติ รายงานยังอ้างถึงการประเมินของเวทีความเสี่ยงทางการเงินด้านสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า ช็อกด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติอย่างรุนแรงอาจทำให้ GDP โลกหดตัวถึง 15–20% ภายใน 5 ปี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและนักวิชาการเรียกร้องให้รัฐบาลและสถาบันการเงินกลับมาให้ความสำคัญกับประเด็นสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง พร้อมเน้นย้ำว่ามนุษย์ไม่ได้แยกขาดจากธรรมชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกัน


รายงานฉบับนี้เตือนว่า โลกอาจกำลังมองข้ามความเร็วและความรุนแรงของภาวะโลกร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ผู้เขียนรายงานเสนอให้เร่งลดการปล่อยมีเทน ยุติการตัดไม้ทำลายป่า เร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ฟื้นฟูธรรมชาติ และลงทุนในเทคโนโลยีลดโลกร้อน โดยย้ำว่าการลงมือทำอย่างเร่งด่วนไม่เพียงช่วยโลก แต่ยังให้ผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างท่วมท้น

ที่มาข้อมูล : greencentralbanking.com

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top