
ในช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศสุดขั้วในภูมิภาค “อาร์กติก” เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นและคุกคามระบบนิเวศขั้วโลกที่เปราะบาง โดยงานวิจัยล่าสุดซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาค “อาร์กติก” เข้าสู่ “ยุคใหม่ของสภาพอากาศสุดขั้ว” ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพืช สัตว์ และชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยงานวิจัยนี้ศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของ สภาพภูมิอากาศเชิงชีวภาพของอาร์กติกอย่างครอบคลุม ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขด้านภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตโดยตรง
สรุปข่าว
ในช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศสุดขั้วในภูมิภาค “อาร์กติก” เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นและคุกคามระบบนิเวศขั้วโลกที่เปราะบาง โดยงานวิจัยล่าสุดซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาค “อาร์กติก” เข้าสู่ “ยุคใหม่ของสภาพอากาศสุดขั้ว” ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพืช สัตว์ และชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยงานวิจัยนี้ศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของ สภาพภูมิอากาศเชิงชีวภาพของอาร์กติกอย่างครอบคลุม ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขด้านภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตโดยตรง
จากข้อมูลย้อนหลัง 70 ปี พบว่า นอกจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ระบบนิเวศในอาร์กติกยังเผชิญกับปรากฏการณ์จากสภาพอากาศสุดขั้วในหลายรูปแบบบ่อยครั้งขึ้น ทั้งคลื่นความร้อนยาวนาน และฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ ซึ่งระดับความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา อาร์กติกเจอกับปรากฏการณ์ฝนตกบนหิมะ ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 10 ของทั้งหมด ปรากฏการณ์นี้ทำให้น้ำแข็งแข็งตัวภายในชั้นหิมะ ส่งผลให้สัตว์ในภูมิภาคไม่สามารถหาอาหารภายใต้หิมะที่แข็งตัวได้ นำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหารและล้มตายในที่สุด
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาร์กติกยังก่อให้เกิดการล้มตายของพืชเป็นวงกว้าง ลดความสามารถในการดูดซับคาร์บอน และเร่งให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำไปสู่ผลกระทบในระยะยาวและยากต่อการฟื้นฟู
แม้ว่าภูมิภาคอาร์กติกจะอยู่ห่างไกลจากผู้คนส่วนใหญ่ในโลก แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเดินไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีก และผลกระทบที่เกิดขึ้นจะสะท้อนกลับมาในภูมิภาคต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบที่เราอาจรับมือได้ยากขึ้นกว่าเดิม
- “กวางเรนเดียร์” เริ่มอยู่ยาก โลกร้อนทำฝนตกถี่ขึ้น จนหิมะกลายเป็นน้ำแข็ง
- โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง
- “เอเชีย” กำลังแพ้ศึกโลกร้อน เร่งพัฒนาเทคโนโลยี แต่ทอดทิ้งวิกฤตอากาศ
- ดอกไม้ฤดูหนาวบานก่อนเวลา สัญญาณโลกร้อน ทำปฏิทินธรรมชาติพัง
- โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ
ที่มาข้อมูล : University of Sheffield
ที่มารูปภาพ : Reuters

