อาร์กติกกำลังเปลี่ยนไป เข้าสู่สภาพอากาศสุดขั้วยุคใหม่ พืชเสี่ยงล้มตาย สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
อาร์กติกกำลังเปลี่ยนไป เข้าสู่สภาพอากาศสุดขั้วยุคใหม่ พืชเสี่ยงล้มตาย สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์

ในช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศสุดขั้วในภูมิภาค “อาร์กติก” เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นและคุกคามระบบนิเวศขั้วโลกที่เปราะบาง โดยงานวิจัยล่าสุดซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาค “อาร์กติก” เข้าสู่ “ยุคใหม่ของสภาพอากาศสุดขั้ว” ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพืช สัตว์ และชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยงานวิจัยนี้ศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของ สภาพภูมิอากาศเชิงชีวภาพของอาร์กติกอย่างครอบคลุม ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขด้านภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตโดยตรง 

สรุปข่าว

ภูมิภาค “อาร์กติก” กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของสภาพอากาศสุดขั้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลากหลายรูปแบบ ทั้งคลื่นความร้อนยาวนาน ฤดูกาลแปรปรวน สภาพอากาศอบอุ่นในฤดูหนาว ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในอาร์กติก อาจทำให้พืชพรรณตามธรรมชาติล้มตาย และสัตว์พื้นถิ่นเสี่ยงสูญพันธุ์ได้

ในช่วงที่ผ่านมาสภาพอากาศสุดขั้วในภูมิภาค “อาร์กติก” เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นและคุกคามระบบนิเวศขั้วโลกที่เปราะบาง โดยงานวิจัยล่าสุดซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาค “อาร์กติก” เข้าสู่ “ยุคใหม่ของสภาพอากาศสุดขั้ว” ซึ่งมีแนวโน้มสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพืช สัตว์ และชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยงานวิจัยนี้ศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระยะยาวของ สภาพภูมิอากาศเชิงชีวภาพของอาร์กติกอย่างครอบคลุม ซึ่งหมายถึงเงื่อนไขด้านภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตโดยตรง 

จากข้อมูลย้อนหลัง 70 ปี พบว่า นอกจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ระบบนิเวศในอาร์กติกยังเผชิญกับปรากฏการณ์จากสภาพอากาศสุดขั้วในหลายรูปแบบบ่อยครั้งขึ้น ทั้งคลื่นความร้อนยาวนาน และฤดูหนาวที่อบอุ่นผิดปกติ ซึ่งระดับความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา อาร์กติกเจอกับปรากฏการณ์ฝนตกบนหิมะ ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 10 ของทั้งหมด ปรากฏการณ์นี้ทำให้น้ำแข็งแข็งตัวภายในชั้นหิมะ ส่งผลให้สัตว์ในภูมิภาคไม่สามารถหาอาหารภายใต้หิมะที่แข็งตัวได้ นำไปสู่ภาวะขาดแคลนอาหารและล้มตายในที่สุด 

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาร์กติกยังก่อให้เกิดการล้มตายของพืชเป็นวงกว้าง ลดความสามารถในการดูดซับคาร์บอน และเร่งให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำไปสู่ผลกระทบในระยะยาวและยากต่อการฟื้นฟู

แม้ว่าภูมิภาคอาร์กติกจะอยู่ห่างไกลจากผู้คนส่วนใหญ่ในโลก แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเดินไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีก และผลกระทบที่เกิดขึ้นจะสะท้อนกลับมาในภูมิภาคต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบที่เราอาจรับมือได้ยากขึ้นกว่าเดิม

ที่มาข้อมูล : University of Sheffield

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top