โลกเดือดเกินควบคุม! “โลกรวน” อาจพุ่งแรงใน 10–20 ปี มนุษย์เสี่ยงรับไม่ทัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกเดือดเกินควบคุม!  “โลกรวน” อาจพุ่งแรงใน 10–20 ปี  มนุษย์เสี่ยงรับไม่ทัน

เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นทั่วโลก กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าโลกของเรากำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากมนุษยชาติยังไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ภาวะโลกรวนอาจทวีความรุนแรงเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และอาจหลุดพ้นจากการควบคุมในอนาคตอันใกล้

 

“คลื่นความร้อน” ถือเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่เพียงสร้างความเครียดจากความร้อน แต่ยังเพิ่มอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์และปศุสัตว์ ทำลายระบบนิเวศ ลดผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า และรบกวนระบบคมนาคม ขณะที่ฝนตกหนักผิดปกติก็ก่อให้เกิดน้ำท่วม การชะล้างหน้าดิน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพน้ำที่เสื่อมลง ซึ่งล้วนคุกคามชุมชนและสิ่งแวดล้อม


สรุปข่าว

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากไม่เร่งลดก๊าซเรือนกระจก “ภาวะโลกรวน” อาจรุนแรงและเร็วเกินคาดภายใน 10–20 ปี สภาพอากาศสุดขั้วทั้งคลื่นความร้อน ฝนหนัก และน้ำท่วมจะถี่และแรงขึ้น กระทบประชากรโลกวงกว้าง การปรับตัวและลดการปล่อยคาร์บอนจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจควบคุมไม่ได้

เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นทั่วโลก กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าโลกของเรากำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากมนุษยชาติยังไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ภาวะโลกรวนอาจทวีความรุนแรงเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ และอาจหลุดพ้นจากการควบคุมในอนาคตอันใกล้

 

“คลื่นความร้อน” ถือเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่เพียงสร้างความเครียดจากความร้อน แต่ยังเพิ่มอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์และปศุสัตว์ ทำลายระบบนิเวศ ลดผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า และรบกวนระบบคมนาคม ขณะที่ฝนตกหนักผิดปกติก็ก่อให้เกิดน้ำท่วม การชะล้างหน้าดิน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพน้ำที่เสื่อมลง ซึ่งล้วนคุกคามชุมชนและสิ่งแวดล้อม


งานวิจัยล่าสุดจาก ศูนย์วิจัยด้านภูมิอากาศนานาชาติซิเซโร (Cicero Center) ประเทศนอร์เวย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเรดิง สหราชอาณาจักร ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience ระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยสาเหตุไม่ได้มาจากโลกร้อนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยซับซ้อนหลายด้าน ทั้งผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นผู้ก่อ ร่วมกับความแปรปรวนตามธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศ และนโยบายลดมลพิษทางอากาศในช่วงหลัง นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า “มลพิษทางอากาศ” ในอดีตเคยช่วยบดบังความรุนแรงที่แท้จริงของภาวะโลกร้อน เมื่อคุณภาพอากาศดีขึ้น อุณหภูมิโลกจึงอาจเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ แบบจำลองสภาพภูมิอากาศระบุว่า หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังอยู่ในระดับสูง พื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนจำนวนมากจะเผชิญทั้งอุณหภูมิและปริมาณฝนที่รุนแรงขึ้น โดยอาจกระทบประชากรโลกเกือบ สามในสี่

 

อย่างไรก็ตาม หากโลกสามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามเป้าหมายของ ข้อตกลงปารีส จำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบอาจลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 20

นักวิจัย บียอร์น ซัมเซต เตือนว่า แม้ในกรณีที่ดีที่สุด ยังมีประชากรกว่า 1,500 ล้านคน ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพอากาศภายใน 10–20 ปีข้างหน้า ข้อความสำคัญจึงชัดเจนว่า โลกไม่อาจรอช้าอีกต่อไป การปรับตัวต้องเริ่มทันที ทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น ระบบเกษตรและการจัดการน้ำที่พร้อมรับมือกับความรุนแรงใหม่ ๆ

 

และเพื่อย้ำเตือนถึงรากฐานทางวิทยาศาสตร์ของประเด็นนี้ ภาวะโลกร้อนถูกค้นพบทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปี 1856 โดยนักวิทยาศาสตร์หญิงผู้วางรากฐานความเข้าใจต่อโลกที่กำลังอุ่นขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นความจริงที่มนุษยชาติต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มาข้อมูล : futura-sciences.com

ที่มารูปภาพ : NASA

sticky-bar-top