2 ก.พ. “วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก” ระบบนิเวศสำคัญที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
2 ก.พ. “วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก”  ระบบนิเวศสำคัญที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) เพื่อรำลึกถึงการลงนามใน อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

การก่อตั้งวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด โดยเฉพาะ นกน้ำ ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ รวมถึงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมนุษย์ที่พึ่งพาทรัพยากรจากพื้นที่เหล่านี้มาอย่างยาวนาน

สรุปข่าว

ทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก” เพื่อให้โลกหันมาให้ความสำคัญกับ “พื้นที่ชุ่มน้ำ” ระบบนิเวศที่อาจถูกมองข้าม แต่กลับมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกจึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อย้ำเตือนว่า แหล่งน้ำธรรมชาติแห่งนี้ไม่เพียงหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต หากยังเป็นรากฐานของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน และกำลังเผชิญความท้าทายในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) เพื่อรำลึกถึงการลงนามใน อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

การก่อตั้งวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด โดยเฉพาะ นกน้ำ ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ รวมถึงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมนุษย์ที่พึ่งพาทรัพยากรจากพื้นที่เหล่านี้มาอย่างยาวนาน

สำหรับปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ

“พื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาดั้งเดิม: การเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม”

(Wetlands and Traditional Knowledge: Celebrating Cultural Heritage)

เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำกับองค์ความรู้ดั้งเดิม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น ที่เรียนรู้และปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลมาหลายชั่วอายุคน

พื้นที่ชุ่มน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำขังตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สำคัญในหลายมิติ ทั้งการช่วยกักเก็บน้ำ ลดความรุนแรงของน้ำท่วม กรองมลพิษ ดูดซับคาร์บอน และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังเป็นรากฐานของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

การดูแลและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยปกป้องธรรมชาติ แต่ยังเป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับสังคมมนุษย์ต่อไปในระยะยาว

sticky-bar-top