
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) เพื่อรำลึกถึงการลงนามใน อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
การก่อตั้งวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด โดยเฉพาะ นกน้ำ ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ รวมถึงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมนุษย์ที่พึ่งพาทรัพยากรจากพื้นที่เหล่านี้มาอย่างยาวนาน
สรุปข่าว
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day) เพื่อรำลึกถึงการลงนามใน อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
การก่อตั้งวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำหน้าที่เป็นแหล่งอาศัย แหล่งอาหาร และแหล่งอนุบาลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด โดยเฉพาะ นกน้ำ ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ รวมถึงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมนุษย์ที่พึ่งพาทรัพยากรจากพื้นที่เหล่านี้มาอย่างยาวนาน
สำหรับปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ
“พื้นที่ชุ่มน้ำและภูมิปัญญาดั้งเดิม: การเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม”
(Wetlands and Traditional Knowledge: Celebrating Cultural Heritage)
เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำกับองค์ความรู้ดั้งเดิม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น ที่เรียนรู้และปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลมาหลายชั่วอายุคน
พื้นที่ชุ่มน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำขังตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สำคัญในหลายมิติ ทั้งการช่วยกักเก็บน้ำ ลดความรุนแรงของน้ำท่วม กรองมลพิษ ดูดซับคาร์บอน และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังเป็นรากฐานของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์
การดูแลและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน จึงไม่เพียงช่วยปกป้องธรรมชาติ แต่ยังเป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับสังคมมนุษย์ต่อไปในระยะยาว
- สัญญาณอันตราย “เพนกวิน” แอนตาร์กติกาเร่งสร้างครอบครัวเร็วขึ้น เซ่นพิษโลกร้อน
- วิกฤตน้ำและดินเค็ม บีบ “อิรัก” เพาะอินทผลัมในห้องแล็ป
- ธารน้ำแข็งอเมริกาใต้หนาขึ้นสวนทาง “โลกร้อน” นักวิทย์ฯ กังวลการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
- โลกเข้าใกล้ “ร้อนสุดขั้ว” กระทบ 3.8 พันล้านคน หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาฯ
- “มอสโก” ขาวโพลน! หิมะถล่มทำลายสถิติ
ที่มาข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ที่มารูปภาพ : Getty Images/Anadolu

