จัดการความเครียดฉบับ เขื่อน มิกซ์ คืนพลังใจให้กลับมาแฮปปี้อีกครั้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
จัดการความเครียดฉบับ เขื่อน มิกซ์ คืนพลังใจให้กลับมาแฮปปี้อีกครั้ง

รู้ทันความเครียดทำไม “งานยุคใหม่”ทำให้เราป่วยใจ

การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงกดดันที่มากขึ้นเทคโนโลยีที่เคยช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกลับกลายเป็นกับดักที่ทำให้เราต้อง “ออนไลน์ตลอดเวลา”จนเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวลดลงเรื่อย ๆส่งผลให้หลายคนแบกความเครียดกลับบ้านโดยไม่รู้ตัวโดยเมื่อร่างกายเผชิญความกดดันจะเข้าสู่โหมด Fight or Flight Response (สู้หรือหนี) พร้อมหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง Adrenaline และ Cortisol ออกมาเพื่อเตรียมรับมือหากสิ่งนี้เกิดขึ้นชั่วคราวก็คงไม่เป็นไรแต่เมื่อไหร่ที่ภาวะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนหรือปีร่างกายของเราก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องยนต์ที่ติดอยู่ตลอดโดยไม่ได้พักจนสุดท้ายจะส่งผลเสียรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจทำให้เกิดอาการสมองล้าคิดช้าลงตัดสินใจไม่ได้อารมณ์เปราะบางหงุดหงิดง่ายไปจนถึงอาการทางกายเช่นปวดหัวไมเกรนนอนไม่หลับและปวดเมื่อยเรื้อรัง


เช็กด่วนคุณกำลัง “เครียดสะสม”จนเป็น“ภาวะหมดไฟ” หรือเปล่า

พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ เล่าว่า "ถ้าเราปล่อยให้ร่างกายแบกรับความเครียดซ้ำๆและไม่ดูแลให้ดีอาจนำไปสู่'ภาวะหมดไฟ' (Burnout) ได้ในอนาคตโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บอกสัญญาณเตือนของภาวะนี้ไว้ 3 ข้อ เริ่มจากความรู้สึกหมดพลังหรือเหนื่อยล้าเรื้อรังแบบที่นอนพักเท่าไหร่ก็ไม่หายตามมาด้วยทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางลบรู้สึกห่างเหินจากงานมองเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าด้วยความรู้สึกด้านชาและสุดท้ายคือประสิทธิภาพการทำงานลดลงความมั่นใจหดหายเกิดนิสัยผัดวันประกันพรุ่งหากใครที่เริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีดูแลใจร่วมกันโดยเฉพาะกลุ่มPerfectionist หรือคนที่คิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบเพราะมักจะแบกความคาดหวังไว้เกินลิมิตจนเครียดสะสมไม่รู้ตัว"


สรุปข่าว

การป้องกันภาวะหมดไฟให้ได้ผลดีที่สุดเริ่มจากการลดความเครียดและหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้นจำกัดชั่วโมงทำงานไม่ให้นานเกินไป และต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้เพียงพอ

รู้ทันความเครียดทำไม “งานยุคใหม่”ทำให้เราป่วยใจ

การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและแรงกดดันที่มากขึ้นเทคโนโลยีที่เคยช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกลับกลายเป็นกับดักที่ทำให้เราต้อง “ออนไลน์ตลอดเวลา”จนเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวลดลงเรื่อย ๆส่งผลให้หลายคนแบกความเครียดกลับบ้านโดยไม่รู้ตัวโดยเมื่อร่างกายเผชิญความกดดันจะเข้าสู่โหมด Fight or Flight Response (สู้หรือหนี) พร้อมหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง Adrenaline และ Cortisol ออกมาเพื่อเตรียมรับมือหากสิ่งนี้เกิดขึ้นชั่วคราวก็คงไม่เป็นไรแต่เมื่อไหร่ที่ภาวะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนหรือปีร่างกายของเราก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องยนต์ที่ติดอยู่ตลอดโดยไม่ได้พักจนสุดท้ายจะส่งผลเสียรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจทำให้เกิดอาการสมองล้าคิดช้าลงตัดสินใจไม่ได้อารมณ์เปราะบางหงุดหงิดง่ายไปจนถึงอาการทางกายเช่นปวดหัวไมเกรนนอนไม่หลับและปวดเมื่อยเรื้อรัง


เช็กด่วนคุณกำลัง “เครียดสะสม”จนเป็น“ภาวะหมดไฟ” หรือเปล่า

พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ เล่าว่า "ถ้าเราปล่อยให้ร่างกายแบกรับความเครียดซ้ำๆและไม่ดูแลให้ดีอาจนำไปสู่'ภาวะหมดไฟ' (Burnout) ได้ในอนาคตโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บอกสัญญาณเตือนของภาวะนี้ไว้ 3 ข้อ เริ่มจากความรู้สึกหมดพลังหรือเหนื่อยล้าเรื้อรังแบบที่นอนพักเท่าไหร่ก็ไม่หายตามมาด้วยทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางลบรู้สึกห่างเหินจากงานมองเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าด้วยความรู้สึกด้านชาและสุดท้ายคือประสิทธิภาพการทำงานลดลงความมั่นใจหดหายเกิดนิสัยผัดวันประกันพรุ่งหากใครที่เริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีดูแลใจร่วมกันโดยเฉพาะกลุ่มPerfectionist หรือคนที่คิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบเพราะมักจะแบกความคาดหวังไว้เกินลิมิตจนเครียดสะสมไม่รู้ตัว"


หยุดวงจรเครียดสะสม! ปรับไลฟ์สไตล์ป้องกัน “ภาวะหมดไฟ”

การป้องกันภาวะหมดไฟให้ได้ผลดีที่สุดเริ่มจากการลดความเครียดและหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้นจำกัดชั่วโมงทำงานไม่ให้นานเกินไป และต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนให้เพียงพอ พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “พยายามหาวิธีผ่อนความเครียดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองอาจจะเป็นการออกกำลังกายทำสิ่งที่ชอบและผ่อนคลายในแบบของตนเองหรือการพูดคุยระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจถ้าลองปรับเปลี่ยนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นก็อย่าปล่อยไว้ อยากให้เข้ามาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาแนวทางรักษาสุขภาพใจไปด้วยกัน”


วิธีรับมือความเครียดฉบับ “เขื่อน-มิกซ์”ที่ทำตามได้ทุกคน

ในงานเสวนา Stress Less, Happy Moreแขกรับเชิญพิเศษอย่าง“เขื่อน”ภัทรดนัยศิลปินและนักจิตวิทยา และ “มิกซ์”Badmixyศิลปินตารางแน่นที่ต้องรับมือกับความกดดันสูงในทุกวัน มารวมแชร์เทคนิครับมือความเครียดในฉบับของตัวเอง โดย“เขื่อน”เน้นย้ำว่า“สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้เท่าทันอารมณ์ของเราเวลาเครียดก็จัดการให้จบที่ตัวเองไม่ปล่อยให้อารมณ์นั้นควบคุมเราจนไปทำตัวไม่น่ารักหรือระบายกับคนอื่น”ในขณะที่ “มิกซ์”เผยวิธีจัดการกับความเครียดว่า “ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองเครียดก็ยอมรับว่าเครียดไม่เก็บกดไว้ข้างในจนสะสมแล้วหาวิธีผ่อนคลายในแบบที่ตัวเองชอบ”


“ความเหนื่อยและความเครียดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ใช่ความผิดของเราดังนั้นอยากให้ทุกคนกลับมากอดตัวเองอนุญาตให้ตัวเองได้พักและหากวันไหนรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วจริง ๆก็อยากให้เข้ามาปรึกษาจิตแพทย์เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นการเริ่มดูแลรักษาใจของเราให้กลับมาแข็งแรงและมีความสุขได้อีกครั้ง”พญ.เพ็ญชาญาอติวรรณาพัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

งานนี้จัดขึ้นโดย ALive Powered by AIA แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพกาย ใจ และการเงินจับมือกับโรงพยาบาลวิมุตเปิดเวทีเสวนาStress Less, Happy More เจาะลึกปมปัญหาพร้อมแนะนำวิธีรับมือความเครียดอย่างถูกวิธีโดยชวน พญ.เพ็ญชาญ าอติวรรณาพัฒน์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศูนย์สุขภาพใจ รพ.วิมุต พร้อมด้วย “เขื่อน”ภัทรดนัยและ “มิกซ์” เฉลิมศรีมาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลใจ ให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้อีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : รพ.วิมุต

ที่มารูปภาพ : รพ.วิมุต

sticky-bar-top