รู้หรือไม่? รูจมูกหายใจลื่นไหลได้ทีละข้าง และจะสลับกันทำหน้าที่ตลอดทั้งวัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้หรือไม่? รูจมูกหายใจลื่นไหลได้ทีละข้าง และจะสลับกันทำหน้าที่ตลอดทั้งวัน

อาการคัดจมูกเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่ารำคาญที่สุดเวลาเป็นหวัดหรือมีภูมิแพ้ตามฤดูกาล เพราะทำให้จมูกตันและหายใจทางจมูกได้ลำบาก บางครั้งแทบหายใจไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม แม้ในวันที่ไม่ได้ป่วย หลายคนอาจสังเกตว่าเวลาหายใจลึก ๆ จะมีเพียงรูจมูกข้างเดียวที่รับอากาศได้ดี ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ได้หมายความว่ากำลังจะป่วยเสมอไป

สรุปข่าว

รู้หรือไม่? เราใช้รูจมูกข้างเดียวในการหายใจ และจะสลับข้างกันทุกๆ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้อีกข้างได้หยุดพัก

อาการคัดจมูกเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่ารำคาญที่สุดเวลาเป็นหวัดหรือมีภูมิแพ้ตามฤดูกาล เพราะทำให้จมูกตันและหายใจทางจมูกได้ลำบาก บางครั้งแทบหายใจไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม แม้ในวันที่ไม่ได้ป่วย หลายคนอาจสังเกตว่าเวลาหายใจลึก ๆ จะมีเพียงรูจมูกข้างเดียวที่รับอากาศได้ดี ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ได้หมายความว่ากำลังจะป่วยเสมอไป

จริงๆ แล้ว ในแต่ละวัน รูจมูกของเราจะสลับกันทำหน้าที่เป็นข้างหลักในการรับอากาศหลายครั้งโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว กระบวนการนี้เรียกว่า วงจรจมูก หรือ nasal cycle ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของจมูก

ร่างกายสามารถสลับรูจมูกที่ทำหน้าที่หลักได้บ่อยประมาณทุกสองชั่วโมงในช่วงที่เราตื่น แต่ในช่วงที่นอนหลับ การสลับจะเกิดน้อยลง เพราะอัตราการหายใจและปริมาณอากาศที่เข้าออกจากร่างกายลดลง

วงจรจมูกมี 2 ช่วงสำคัญ คือ ช่วงที่จมูกคัด และช่วงที่จมูกเปิดโล่ง

ในช่วงที่จมูกคัด รูจมูกข้างหนึ่งจะมีอากาศผ่านได้น้อยลง ขณะที่รูจมูกอีกข้างจะเปิดโล่งให้อากาศผ่านได้มากกว่า แต่การที่รูจมูกข้างหนึ่งเปิดโล่งอยู่ตลอดก็ทำให้มันทำงานหนักขึ้น เพราะอากาศที่ผ่านเข้ามาจะทำให้เยื่อบุจมูกแห้ง และยังนำเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาสัมผัสด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่รูจมูกต้องสลับกันทำงาน

การสลับนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ควบคุมโดยไฮโปทาลามัสในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว 

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะหายใจแบบนี้ จากการศึกษาบอกว่า คนส่วนใหญ่ราว 85 เปอร์เซนต์ มีกลไกนี้ ส่วนอีก 15 เปอร์เซนต์ ไม่มีกลไก Nasal Cycle แต่ก็ไม่ใช่ความผิดปกติของร่างกาย ไม่ใช่อาการป่วย ที่ต้องรักษา และไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน 



ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : CANVA