
เอกณัฎ พร้อมพันธุ์ , จุติ ไกรฤกษ์ , สุชาติ ชมกลิ่น , นิพนธุ์ บุญามณี , สมยศ พลายด้วง , สันติ พร้อมพัฒน์ ,โกศล ปัทมะ , ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รวมถึงบ้านใหญ่โคราช ตระกูลรัตนเศรษฐ ที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐมาสักพักใหญ่ ทั้งหมด คือ รายชื่อนักการเมืองเบอร์ใหญ่ พร้อม สส.ในสังกัด ที่ตบเท้าเข้าเปิดตัว เปลี่ยนสีเสื้อเป็นสีน้ำเงิน เข้าร่วมเป็นสมาชิกภูมิใจไทย เพื่อเข้าสู้ศึกเลือกตั้งที่คาดจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569
ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ภูมิใจไทย คือ พรรคอันดับ 3 ของการเลือกตั้ง สส.เขต รองจากพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แต่ในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ไปเพียง 3 ที่นั่งเท่านั้น

สรุปข่าว
เอกณัฎ พร้อมพันธุ์ , จุติ ไกรฤกษ์ , สุชาติ ชมกลิ่น , นิพนธุ์ บุญามณี , สมยศ พลายด้วง , สันติ พร้อมพัฒน์ ,โกศล ปัทมะ , ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รวมถึงบ้านใหญ่โคราช ตระกูลรัตนเศรษฐ ที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐมาสักพักใหญ่ ทั้งหมด คือ รายชื่อนักการเมืองเบอร์ใหญ่ พร้อม สส.ในสังกัด ที่ตบเท้าเข้าเปิดตัว เปลี่ยนสีเสื้อเป็นสีน้ำเงิน เข้าร่วมเป็นสมาชิกภูมิใจไทย เพื่อเข้าสู้ศึกเลือกตั้งที่คาดจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569
ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ภูมิใจไทย คือ พรรคอันดับ 3 ของการเลือกตั้ง สส.เขต รองจากพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แต่ในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ไปเพียง 3 ที่นั่งเท่านั้น

การเสริมทัพของภูมิใจไทยครั้งนี้จึงน่าจับตาว่านอกจากจำนวน สส.ที่เข้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ยังมีแกนนำระดับแม่เหล็ก ที่เข้ามาเพิ่มน้ำหนักทางการเมือง และคะแนนความนิยมให้พรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะการขยายฐานความนิยมจากเดิมที่พรรคภูมิใจไทย มีฐานที่มั่นหลักในพื้นที่อีสานใต้ กลายเป็นพรรคที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทัพในส่วนของภาคใต้ที่มีการเสริมทัพทั้งในพื้นที่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา จากกลุ่ม สส. ทั้งประชาธิปัตย์ และรวมไทยสร้างชาติ
เมื่อรวมกับจำนวนที่นั่งเดิมของภูมิใจไทยที่คว้าได้ 12 ที่นั่ง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะคว้าแชมป์ สส.ใต้แทนที่ประชาธิปัตย์ ที่ประสบปัญหาความขัดแย้งภายใน
ภาคกลาง และภาคอีสาน ที่ สส. จากพรรคเพื่อไทย และ พรรคอื่นๆ ทยอยทิ้งฐานที่มั่นเก่าเข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงการขยายฐานภาคตะวันออก ที่นำโดยสุชาติ ชมกลิ่น
ดังนั้นการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในต้นปี 2569 จะไม่ใช่เกมสองขั้วแบบเดิมอีกต่อไป เมื่ออดีตพรรคอันดับ 3 อย่างภูมิใจไทย กำลังเปลี่ยนจากพรรคขนาดกลางไปเป็นพรรคขนาดใหญ่
ปรากฏการณ์พลังดูดสีน้ำเงิน ที่กำลังเกิดขึ้น จึงอาจทำให้ภูมิใจไทยไม่ใช่แค่พรรคตัวแปรอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้เลย
ยุทธศาสตร์พลังดูดไม่ใช่เรื่องใหม่ในการเมืองไทย ในอดีตพรรคใหญ่ทุกพรรคเคยใช้ยุทธศาสตร์นี้มาแล้ว แต่จุดที่น่าสนใจคือ พลังดูดสีน้ำเงินของภูมิใจไทย ที่สร้างปรากฏการณ์ ดูดทั้งนักการเมืองบิ๊กเนม และ สส.เกรดเอ สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภูมิใจไทย ที่จะทำให้ภูมิใจไทยมี สส.เกิน 100 ที่นั่ง ได้เป็นครั้งแรก
- “เลือกตั้ง 69” คนไทยต้องกาบัตร 4 ใบ มีอะไรบ้างที่เราควรรู้ ?
- “ภูมิใจไทย” เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต 3 คน เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง
- ประชาชนจำภาพ “อนุทิน” ตัดไฟแก้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนุนรัฐบาล-ตร.-แบงค์ชาติ ลุยต่อ
- แถลงนโยบายรัฐบาล! โฆษกพรรคภูมิใจไทย คาดช่วง 29 ก.ย.-1 ต.ค.
- หากเกิด “รัฐบาลภูมิใจไทย” แล้ว 120 วันก่อนยุบสภา นายกฯ อนุทิน จะทำอะไรบ้าง?
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : TNN

