กกต. ย้ำเตือนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กกต. ย้ำเตือนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุฯ

ผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ 

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุ ฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยดำเนินการดังนี้

 1. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

 ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569

 ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

 1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น

1.3  ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

1.4  ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

 โดยแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

สรุปข่าว

กกต. ย้ำผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ 

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ อย่าลืมแจ้งเหตุ ฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยดำเนินการดังนี้

 1. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

 ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569

 ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

 1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น

1.3  ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

1.4  ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

 โดยแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

2. กรณีไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้

ระหว่างวันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

2.1  แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

2.2  ยื่นด้วยตนเอง

2.3  ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

2.4  ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน

โดยแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

(1) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

(2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

(3) เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียง กรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีกให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

แท็กบทความ

sticky-bar-top