ในหลวง–พระราชินี เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย.

Share on Line Share on Facebook Share on X
ในหลวง–พระราชินี เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย.

ในหลวง–พระราชินี เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย. 2568

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13–17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทย–จีน อีกทั้งยังเป็นวาระเฉลิมฉลองครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นจะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีฯ และภริยา ก่อนจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งนี้ ประธานาธิบดีฯ และภริยา จะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน

ระหว่างการเยือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน และทอดพระเนตรสถานที่สำคัญในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ วัดหลิงกวง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนักบิน และศูนย์ควบคุมการบินอวกาศ


สรุปข่าว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย. 2568 ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน และเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

ในหลวง–พระราชินี เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13–17 พ.ย. 2568

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13–17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทย–จีน อีกทั้งยังเป็นวาระเฉลิมฉลองครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นจะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีฯ และภริยา ก่อนจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งนี้ ประธานาธิบดีฯ และภริยา จะถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน

ระหว่างการเยือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน และทอดพระเนตรสถานที่สำคัญในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ วัดหลิงกวง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนักบิน และศูนย์ควบคุมการบินอวกาศ


นอกจากนี้ ยังจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน” รวมทั้งทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG8886 ออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง วันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา 10.20 น. และเสด็จกลับถึงประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG8887 วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 20.45 น.

สำนักพระราชวังระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญในการสืบสานมิตรภาพและความร่วมมือรอบด้านระหว่างไทย–จีน อันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

">


ที่มาข้อมูล : สำนักพระราชวัง

ที่มารูปภาพ : สำนักพระราชวัง

บรรณาธิการออนไลน์