
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนและติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศตคม.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ
ทั้งนี้ ในการตรวจสอบน้ำมันทั่วประเทศ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปูพรมทั่วประเทศ เป้าหมายตรวจสอบ 3 มิติหลัก ได้แก่
1. ซีลตะเข็บชายแดนและคลังน้ำมัน : ชุดปฏิบัติการทั่วประเทศทั้งทางบก ทางทะเล ต้องคุมเข้มด่านชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะมีการหลีกเลี่ยงใช้กองทัพมดขนข้ามชายแดน
2. ตรวจสอบป้องกันการกักตุน : สั่งทุกพื้นที่ประสานการปฏิบัติร่วมกับกรมการปกครอง สแกนทุกปั๊มที่อ้างว่าปิดให้บริการ หรืออ้างว่าน้ำมันหมด และรายงานผลแบบวันต่อวัน หากพบพฤติกรรมจงใจกักตุน ให้ดำเนินการทันที รวมทั้งให้ระดมตรวจคุณภาพของน้ำมัน ป้องกันไม่ให้นำสารอื่นมาเจือปนทำให้คุณภาพน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน
3. ตรวจสอบป้องกันการโก่งราคา : ประสานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบการโก่งราคา ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยังสั่งการให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ปูพรมลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันให้ครอบคลุมและถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการปลอมปนสารในน้ำมัน โดยเฉพาะปั๊มหลอดในชุมชน และปั๊มขนาดเล็ก-กลางทั่วประเทศ พร้อมสั่งเพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านสกัดกั้นตลอด 24 ชั่วโมง
รอง ผบ.ตร. ย้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบูรณาการทุกสรรพกำลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางพลังงาน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีใครมาสร้างผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

สรุปข่าว
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งรัดตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี สั่งตำรวจทั่วประเทศปูพรมตรวจปั๊มที่อ้างว่าน้ำมันหมด รวมถึงปั๊มหลอดในชุมชน และปั๊มขนาดเล็ก-กลางแบบถี่และเข้มข้น
วันนี้ (20 มีนาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนและติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศตคม.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ
ทั้งนี้ ในการตรวจสอบน้ำมันทั่วประเทศ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปูพรมทั่วประเทศ เป้าหมายตรวจสอบ 3 มิติหลัก ได้แก่
1. ซีลตะเข็บชายแดนและคลังน้ำมัน : ชุดปฏิบัติการทั่วประเทศทั้งทางบก ทางทะเล ต้องคุมเข้มด่านชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะมีการหลีกเลี่ยงใช้กองทัพมดขนข้ามชายแดน
2. ตรวจสอบป้องกันการกักตุน : สั่งทุกพื้นที่ประสานการปฏิบัติร่วมกับกรมการปกครอง สแกนทุกปั๊มที่อ้างว่าปิดให้บริการ หรืออ้างว่าน้ำมันหมด และรายงานผลแบบวันต่อวัน หากพบพฤติกรรมจงใจกักตุน ให้ดำเนินการทันที รวมทั้งให้ระดมตรวจคุณภาพของน้ำมัน ป้องกันไม่ให้นำสารอื่นมาเจือปนทำให้คุณภาพน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน
3. ตรวจสอบป้องกันการโก่งราคา : ประสานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบการโก่งราคา ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยังสั่งการให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ปูพรมลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันให้ครอบคลุมและถี่ขึ้น เพื่อป้องกันการปลอมปนสารในน้ำมัน โดยเฉพาะปั๊มหลอดในชุมชน และปั๊มขนาดเล็ก-กลางทั่วประเทศ พร้อมสั่งเพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านสกัดกั้นตลอด 24 ชั่วโมง
รอง ผบ.ตร. ย้ำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบูรณาการทุกสรรพกำลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางพลังงาน รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีใครมาสร้างผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

- ปลดล็อกรถบรรทุกน้ำมัน วิ่ง 24 ชม.ใน กทม.-ปริมณฑล
- บางจากขึ้นราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ดีเซล+0.70 เบนซิน+1 บาท
- พลังงาน ชี้แจงแล้ว "สต็อกน้ำมัน 3.3 แสนลิตรในอ่างทอง" เป็นของใคร? ย้ำน้ำมันสำรองไทยเหลือ 104 วัน
- ประเมิน 3 ฉากทัศน์ 5 แนวทาง ไทยรับมือวิกฤต "น้ำมันโลก" ทำไมถึงเสี่ยงหนัก จ่อกระทบจีดีพีแสนล้านบาท
- พระไทยผุดไอเดีย แปรรูปพลาสติกเป็น “น้ำมัน”
