Eldorado Gold ยกระดับเหมืองทองสีเขียว สั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้า Sandvik 10 คัน เตรียมปรับใช้ในปี 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
Eldorado Gold ยกระดับเหมืองทองสีเขียว สั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้า Sandvik 10 คัน เตรียมปรับใช้ในปี 2026
เอลโดราโด โกลด์ (Eldorado Gold) บริษัททำเหมืองแร่สัญชาติแคนาดา ประกาศก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต ด้วยการสั่งซื้อเครื่องจักรไฟฟ้าเต็มรูปแบบจำนวน 10 รายการ จากบริษัทแซนด์วิก (Sandvik) ประเทศสวีเดน ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ทำเหมือง เพื่อเตรียมนำไปใช้งานภายในปีนี้

สรุปข่าว

เอลโดราโด โกลด์ (Eldorado Gold) บริษัทเหมืองแร่แคนาดา สั่งซื้อเครื่องจักรเหมืองไฟฟ้า 100% จำนวน 10 รายการจากแซนด์วิก (Sandvik) สวีเดน มูลค่าราว 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน หลังทดลองใช้งานแล้วได้ผลดี เครื่องจักรจะถูกนำไปใช้ที่เหมืองทองลามัค เมืองวัล-ดอร์ รัฐเกวเบก ตั้งแต่ปี 2026 โดยช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดมลพิษ และยกระดับประสิทธิภาพการทำเหมืองใต้ดินอย่างยั่งยืน
เอลโดราโด โกลด์ (Eldorado Gold) บริษัททำเหมืองแร่สัญชาติแคนาดา ประกาศก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต ด้วยการสั่งซื้อเครื่องจักรไฟฟ้าเต็มรูปแบบจำนวน 10 รายการ จากบริษัทแซนด์วิก (Sandvik) ประเทศสวีเดน ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ทำเหมือง เพื่อเตรียมนำไปใช้งานภายในปีนี้
การขยายฝูงบินไฟฟ้าเพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า คำสั่งซื้อนี้มีมูลค่าประมาณ 160 ล้านโครนาสวีเดน หรือ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 535 ล้านบาทไทย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เอลโดราโด โกลด์ (Eldorado Gold) ได้ทดลองใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าจากแซนด์วิก (Sandvik) จำนวน 2 คันเมื่อปีที่ผ่านมา และพึงพอใจในประสิทธิภาพจนตัดสินใจขยายฝูงเครื่องจักรไฟฟ้าจาก 2 คัน เป็น 12 คัน 

โดยมัตส์ เอริกส์สัน (Mats Eriksson) ประธานฝ่ายเหมืองแร่ของบริษัทแซนด์วิก (Sandvik) ระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมทั้งความปลอดภัย ความยั่งยืน และประสิทธิภาพในการทำงานใต้ดิน

นวัตกรรมรถบรรทุกไร้มลพิษ เครื่องจักรชุดใหม่นี้จะถูกส่งไปประจำการที่เหมืองทองลามัค (Lamaque) ในเมืองวัล-ดอร์ (Val-d’Or) รัฐเกวเบก ประเทศแคนาดา โดยจะเริ่มทยอยติดตั้งในปี 2026 และส่งมอบครบถ้วนในช่วงต้นปี 2027 คาดว่าอุปกรณ์หลักจะเป็นรถบรรทุกไฟฟ้ารุ่น TH550B ซึ่งมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น

1. ขีดความสามารถในการบรรทุก โดยมันรองรับน้ำหนักได้ถึง 50,000 กิโลกรัม ซึ่งเทียบเท่ากับรถบรรทุกดีเซลขนาดใหญ่
2. เทคโนโลยีแบตเตอรี่ โดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 354 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ที่สามารถใช้งานหนักต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง
3. ระบบ AutoSwap เทคโนโลยีการสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่รวดเร็ว ช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้ต่อเนื่องในกะที่ยาวนานโดยไม่ต้องหยุดรอชาร์จไฟนานเกินไป

ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าช่วยแก้ปัญหาสำคัญในเหมืองใต้ดิน โดยการกำจัดเสียงรบกวน กลิ่นควันพิษ และแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนงานเหมือง นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่พยายามปรับตัวให้สะอาดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการวัตถุดิบในการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในอนาคต
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปลี่ยนปอดของเหมืองแร่ จากเดิมที่ต้องสูดดมควันเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลใต้ดิน มาเป็นการใช้พลังงานสะอาดที่ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานบริสุทธิ์ขึ้น ในขณะที่ยังคงพละกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามนิมิตหมายของโลกในปี 2026 ตามที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ในอดีต

ที่มาข้อมูล : https://electrek.co/2026/01/03/sandvik-bringing-battery-swap-mining-rigs-to-eldorado-gold-mine/

ที่มารูปภาพ : Sandvik

sticky-bar-top