
โครงการจรวดนำส่งขนาดกลางรุ่นใหม่ของ ร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังจรวด นิวตรอน (Neutron) รุ่นแรกของบริษัทเกิดเหตุถังเชื้อเพลิงหลักแตกในระหว่างการทดสอบแรงดัน เมื่อคืนวันพุธที่ 21 มกราคม 2026 ส่งสัญญาณชัดว่ากำหนดการปล่อยครั้งแรกซึ่งเดิมวางไว้ในไตรมาสแรกของปี 2026 มีแนวโน้มต้องเลื่อนออกไปอีก
แถลงการณ์ของร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบแรงดันไฮโดรสแตติก (Hydrostatic pressure test) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลักดันโครงสร้างจรวดให้ทำงานใกล้ขีดจำกัดสูงสุด เพื่อประเมินความแข็งแรงและขอบเขตความปลอดภัยของระบบ ไม่ได้มีเจตนาทำลายจรวด อย่างไรก็ตาม โครงสร้างถังเชื้อเพลิงขั้นแรกไม่สามารถรับแรงกดดันได้จนเกิดการแตก
สรุปข่าว
โครงการจรวดนำส่งขนาดกลางรุ่นใหม่ของ ร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) เผชิญอุปสรรคสำคัญ หลังจรวด นิวตรอน (Neutron) รุ่นแรกของบริษัทเกิดเหตุถังเชื้อเพลิงหลักแตกในระหว่างการทดสอบแรงดัน เมื่อคืนวันพุธที่ 21 มกราคม 2026 ส่งสัญญาณชัดว่ากำหนดการปล่อยครั้งแรกซึ่งเดิมวางไว้ในไตรมาสแรกของปี 2026 มีแนวโน้มต้องเลื่อนออกไปอีก
แถลงการณ์ของร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการทดสอบแรงดันไฮโดรสแตติก (Hydrostatic pressure test) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลักดันโครงสร้างจรวดให้ทำงานใกล้ขีดจำกัดสูงสุด เพื่อประเมินความแข็งแรงและขอบเขตความปลอดภัยของระบบ ไม่ได้มีเจตนาทำลายจรวด อย่างไรก็ตาม โครงสร้างถังเชื้อเพลิงขั้นแรกไม่สามารถรับแรงกดดันได้จนเกิดการแตก
บริษัทระบุว่า ขณะนี้กำลังวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบทั้งหมด เพื่อประเมินสาเหตุและผลกระทบต่อไทม์ไลน์โครงการ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งอำนวยความสะดวกหรือแท่นทดสอบโดยรอบ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
นิวตรอนถือเป็นจรวดรุ่นเรือธงตัวใหม่ของร็อกเก็ต แล็บ ที่ถูกพัฒนาเพื่อขยับจากตลาดจรวดขนาดเล็ก ไปสู่การแข่งขันในตลาดจรวดขนาดกลาง โดยมีเป้าหมายท้าชน ฟอลคอน 9 (Falcon 9) ของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ทั้งด้านขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักและการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่บางส่วน ก่อนหน้านี้ บริษัทตั้งเป้าปล่อยนิวตรอนครั้งแรกภายในปลายปี 2025 ก่อนจะขยับมาเป็นไตรมาสแรกปี 2026 และเหตุขัดข้องล่าสุดยิ่งทำให้กำหนดการดังกล่าวดูห่างไกลออกไปอีก
ในเชิงเทคนิค นิวตรอนเป็นจรวดที่มีขนาดใหญ่กว่าจรวดอิเล็กตรอน (Electron) ซึ่งเป็นจรวดหลักที่สร้างชื่อให้ร็อกเก็ต แล็บ อย่างมาก โดยนิวตรอนมีความสูงประมาณ 141 ฟุต หรือราว 43 เมตร สูงกว่าอิเล็กตรอนเกือบสองเท่า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ อาร์คิมีดีส (Archimedes) ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง และออกแบบให้ขั้นแรกสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยลงจอดบนเรือบรรทุกในมหาสมุทร
ตามสเปกที่บริษัทเปิดเผย นิวตรอนถูกออกแบบให้สามารถส่งน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดประมาณ 28,700 ปอนด์ หรือราว 13,000 กิโลกรัม สู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) ซึ่งเป็นขนาดที่ตอบโจทย์ทั้งภารกิจดาวเทียมเชิงพาณิชย์ ดาวเทียมภาครัฐ และภารกิจด้านความมั่นคงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดอวกาศโลก
บริษัท ร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) ระบุเพิ่มเติมว่า การพัฒนาจะยังคงเดินหน้าต่อไปโดยใช้ถังเชื้อเพลิงขั้นที่ 1 รุ่นถัดไป ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการผลิต และจะประเมินผลกระทบด้านเวลาอย่างละเอียดก่อนประกาศกำหนดการใหม่อย่างเป็นทางการ โดยบริษัทตั้งใจจะแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการนิวตรอนในระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความท้าทายของการพัฒนาจรวดรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งแม้บริษัทเอกชนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่การทดสอบล้มเหลวในขั้นโครงสร้างยังคงเป็นด่านสำคัญที่ทุกโครงการต้องเผชิญ ก่อนจะก้าวไปสู่การปล่อยจริง และสำหรับร็อกเก็ต แล็บ เส้นทางของนิวตรอนดูจะยังต้องใช้เวลาและการพิสูจน์อีกพอสมควรกว่าจะพร้อมขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างแท้จริง
- นาซาเตรียมเคลื่อนย้ายจรวด Artemis 2 ขนาดมหึมาไปยังแท่นปล่อยจรวด
- รัสเซียจดสิทธิบัตรสถานีอวกาศ “แรงโน้มถ่วงเทียม” มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพนักบินอวกาศ
- เตือนดวงอาทิตย์ปลดปล่อยมวลโคโรนาพุ่งสู่โลก ไม่อันตรายแต่อาจเกิดปรากฏการณ์ออโรราบนซีกโลกเหนือ
- นาซาและ SpaceX ส่งงานวิจัยผลึกเหลวของคนไทยขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS
- เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ
ที่มาข้อมูล : Rocket lab
ที่มารูปภาพ : Rocket lab

