กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เผยภาพกลุ่มเมฆ Lupus 3 รูปทรงคล้ายวิญญาณ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เผยภาพกลุ่มเมฆ Lupus 3  รูปทรงคล้ายวิญญาณ

เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา องค์การนาซา (NASA) ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ปรากฏให้เห็นกลุ่มเมฆที่มีรูปทรงคล้ายวิญญาณหรือผี หรือที่เรารู้จักในชื่อ กลุ่มเมฆลูปัส 3 (Lupus 3)

สรุปข่าว

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ขององค์การนาซา เผยภาพกลุ่มเมฆลูปัส 3 (Lupus 3) กลุ่มเมฆลึกลับที่มีรูปร่างคล้ายวิญญาณ ซึ่งอยู่จากโลกออกไปประมาณ 500 ปีแสง และยังเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ที ทอรี (T Tauri) ที่มีความสว่างไม่คงที่จากการดูดกลืนมวลสารรอบตัว การสังเกตการณ์ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจกลไกการกำเนิดดาวฤกษ์ก่อนที่จะกลายเป็นดาวฤกษ์ที่สมบูรณ์ได้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา องค์การนาซา (NASA) ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ปรากฏให้เห็นกลุ่มเมฆที่มีรูปทรงคล้ายวิญญาณหรือผี หรือที่เรารู้จักในชื่อ กลุ่มเมฆลูปัส 3 (Lupus 3)

กลุ่มเมฆ Lupus 3 คืออะไร ?

กลุ่มเมฆลูปัส 3 (Lupus 3) คือ กลุ่มเมฆหนาแน่นที่เต็มไปด้วยกลุ่มก๊าซสีขาวคล้ายหมอกบาง ๆ ในอวกาศพริ้วไหวอยู่โดยรอบ อยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 500 ปีแสง ในทิศของกลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius)  แม้รูปร่างของกลุ่มเมฆนี้จะดูชวนขนลุก แต่กลับเต็มไปด้วยการก่อตัวของดาวฤกษ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ

ดาวฤกษ์สำคัญที่ก่อตัวท่ามกลางกลุ่มเมฆ Lupus 3

ที่มาของรูปภาพ: NASA, ESA, and K. Stapelfeldt

หากสังเกตจากภาพในบริเวณมุมซ้ายล่างจะปรากฏเป็นภาพกลุ่มฝุ่นมืดหนาทึบ (Dark Dust Cloud) ส่วนในบริเวณกึ่งกลางเยื้องไปทางด้านบน จะเห็นดาวฤกษ์สุกสว่างชื่อว่า ที ทอรี (T Tauri) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่กำลังอยู่ในกระบวนการก่อตัว ในระยะนี้ ก๊าซและฝุ่นที่ห่อหุ้มดาวฤกษ์จะค่อย ๆ สลายตัวออกไป เนื่องจากรังสีและลมดาวฤกษ์ ซึ่งก็คือกระแสอนุภาคที่พุ่งออกมาจากดาวเกิดใหม่ โดยทั่วไปดาวฤกษ์ชนิดนี้จะมีอายุไม่เกิน 10 ล้านปี และความสว่างจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและไม่คงที่ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมและธรรมชาติของตัวดาวเองในขณะที่กำลังก่อตัว

นอกจากนี้ ความแปรปรวนของความสว่างที่เกิดขึ้นแบบไม่สม่ำเสมอของดาวฤกษ์นี้ อาจมีสาเหตุมาจากความไม่เสถียรของจานสะสมมวล (Accretion Disk) หรือ โครงสร้างของแก๊ส ฝุ่น หรือพลาสมาที่ร้อนจัด ซึ่งหมุนวนเป็นแผ่นจานโคจรรอบดาวฤกษ์ รวมถึงการที่สสารจากจานดังกล่าวตกลงสู่ดาวและถูกกลืนเข้าไป ตลอดจนการปะทุของพลังงาน (Flares) บนพื้นผิวของดาว 

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงความสว่างที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอนั้น มักเกิดจากจุดมืดขนาดยักษ์บนผิวดาวที่หมุนเวียนเข้าและออกจากมุมมองของผู้สังเกต ตามการหมุนรอบตัวเองของดาว

ดาวที ทอรี (T Tauri) กำลังอยู่ในช่วงหดตัวภายใต้แรงโน้มถ่วงของตนเอง เพื่อพัฒนาไปเป็นดาวฤกษ์ลำดับหลัก (Main sequence stars) ซึ่งสามารถหลอมรวมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมในแก่นกลางของดาวได้

ดังนั้น การศึกษาดาวฤกษ์ในระยะนี้ จึงเปรียบเสมือนการไขกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจถึงขั้นตอนและกลไกที่ซับซ้อนของกระบวนการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ในจักรวาลได้ดีซึ้งยิ่งขึ้น

sticky-bar-top