ชี้ช่องลงทุนรับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น-เงินเฟ้อพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชี้ช่องลงทุนรับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น-เงินเฟ้อพุ่ง

สรุปข่าว

ดร. กำพล  อดิเรกสมบัติ  ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office  (SCB CIO )    ธนาคารไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า   ทิศทางดอกเบี้ยเป็นช่วงขาขึ้นและอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า  จากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ และมีความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย   ทำให้ตลาดการเงินโลกยังมีแนวโน้มผันผวนสูง


ทั้งนี้คาดว่า  อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะอยู่ที่ 4.5% สิ้นปีนี้  และ 4.75% ในปีหน้า   ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยจะอยู่ที่ 1.25% ปีนี้ และ 1.75%  ปีหน้า อย่างไรก็ตาม ให้เน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆดังนี้ 



1.ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยและภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น เราแนะนำให้มีเงินสดหรือผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ (คุ้มครองเงินต้น) 5-15% ของพอร์ต

2. การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (ราคาลดลง) เป็นโอกาสสำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดในพอร์ต โดยเน้นทยอยสะสมหุ้นกู้คุณภาพดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเร่งตัวของ spread ในช่วงความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยสูงขึ้น


3.เรามีมุมมองโดยรวมเป็น Neutral ต่อหุ้น โดยทยอยสะสมหุ้นบริษัทที่มีการเติบโตยั่งยืนและอัตรากำไรสูง ในประเทศที่ได้อานิสงค์จากการเปิดเมืองเปิดประเทศ และการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานของโลก  เช่น ตลาดหุ้นไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย หรือประเทศที่มีการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน  เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเริ่มทยอยสะสมหลังเฟด ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยช้าลง


4. เพื่อเป็นการจัดการความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงที่ยืดเยี้อ เรายังคงแนะให้มีสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันในสัดส่วน 5% ของพอร์ต 

5. ลดความผันผวนของพอร์ตด้วยผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ทางเลือก เช่น KIKO (สำหรับลูกค้า HNW และ UHNW) และ Private Assets (เฉพาะสำหรับลูกค้า UHNW)



 

สำหรับความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยสูงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในยุโรปที่ต้องเผชิญวิกฤตพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการเร่งขึ้นดอกเบี้ยแบบเร็วและแรงเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อและเงินยูโรที่อ่อนค่า  


ส่วนความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯยังคงมีอยู่  แม้ตลาดแรงงานและงบดุลของภาคเอกชน ยังคงแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นก่อนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในครั้งที่ผ่านมา  สะท้อนว่าหากเกิดขึ้นน่าจะเป็นลักษณะที่ไม่รุนแรง ( mild recession)    ด้านประเทศในแถบอาเซียน โอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ยังมีโอกาสไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับยุโรปและสหรัฐ เนื่องจากอานิสงค์การเปิดเมืองเปิดประเทศและการขยับขึ้นดอกเบี้ยส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป  


สำหรับฐานะการคลังและเสถียรภาพด้านต่างประเทศจะถูกจับตามมองมากขึ้น แต่ต้องพิจารณาเป็นรายประเทศ การใช้มาตรการช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพที่ใช้กันในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้การขาดดุลการคลังและหนี้สาธารณะที่สูงอยู่แล้วหลังวิกฤต COVID-19 เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง 


นอกจากนี้ การเร่งตัวของมูลค่าการนำเข้าพลังงาน  การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด    การลดลงของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และค่าเงิน US dollar ทำให้เกิดความกังวลในเสถียรภาพด้านต่างประเทศ  โดยในประเด็นเหล่านี้ ต้องพิจารณาเป็นรายประเทศ  ซึ่งคาดว่ากลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงด้านนี้สูง ได้แก่ กรีซ และตุรกี  ส่วนของไทยแม้จะมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 64-65  แต่หลังจากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มฟื้นตัวได้ ดุลบัญชีเดินสะพัดน่าจะกลับมาเกินดุลได้ในปีหน้า 


ที่มา  ธนาคารไทยพาณิชย์ 

ภาพประกอบ  ธนาคารไทยพาณิชย์




ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

sticky-bar-top