
สรุปข่าว
วันนี้( 12 ต.ค.64)ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,643.64 จุด เพิ่มขึ้น 10.20 จุด หรือ 0.62 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 93,081.47 ล้านบาท โดยตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวกตอบรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ภายใต้เงื่อนไขนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วไม่ต้องกักตัว เบื้องต้นนำร่องอย่างน้อย 10 ประเทศความเสี่ยงต่ำ ทำให้มีแรงซื้อหุ้นสายการบิน ค้าปลีก และโรงแรม ขณะที่เงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น
บล. โกลเบล็ก ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ต้องจับตาปัจจัยต่างๆ อาทิ ส.อ.ท.แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯ, ธปท.เผยแพร่รายงานการประชุมกนง.และเผยแพร่รายงานนโยบายการเงิน ส.อ.ท.แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้าและการรายงานตัวเลขผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนนำโดยกลุ่มธนาคารไตรมาส 3 ขณะที่สถานการณ์ต่างประเทศก็ยังคงน่าเป็นห่วง เช่นอียูรายงานความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนต.ค.
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด (ASPS) ประเมินว่า Fund flow มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยจาก Sentiment การเปิดประเทศ ทั้งนี้ในเดือน ก.ย.64-ปัจจุบัน เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยฯนำเสนอมาตลอด คือ ช่วงเวลาที่ Fund Flow มีโอกาสไหลกลับมาในตลาดหุ้นไทย มักจะเป็นช่วงที่มีกระแสการเปิดประเทศ และความคืบหน้าของการรับมือ Covid-19 ในทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนได้จากสถิติย้อนหลัง 1 ปี Fund Flow มักจะสลับเข้ามาซื้อสุทธิตลาดหุ้นเฉพาะช่วงเวลาที่สถานะการณ์ Covid-19 ดีขึ้นเสมอ
ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น outperform ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย จากปัจจัยบวกภายในประเทศ หลังเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป และจะพิจารณาอนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงได้ในเดือนธ.ค.64
ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียและต่างประเทศวันนี้เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ เนื่องด้วยนักลงทุนยังคงกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.64) น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯ น่าจะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะมีการประกาศในคืนวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมให้แนวรับไว้ที่ 1,630 จุด และแนวต้านที่ 1,650 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่
1. AOT มูลค่าการซื้อขาย 7,542.74 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
2. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,217.07 ล้านบาท ปิดที่ 64.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
3. SVT มูลค่าการซื้อขาย 3,186.93 ล้านบาท ปิดที่ 6.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.95 บาท

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ภาพประกอบ : AFP,TNN Online
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- นาทีทองช้อนหุ้นไทย! ตัวไหนน่าลงทุนระยะสั้น-ยาว เช็กที่นี่ !
- ไตรมาส1 กำไร บจ. แกร่ง! SET ลุ้นโต 4% กนง.อาจไม่ลดดอกเบี้ย แนะหุ้นเด่น GULF ADVANC MTC
- หุ้นไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ตัวไหนน่าเก็งกำไร เช็กที่นี่ !
- 5 อันดับ “หุ้นไทย” ผลตอบแทน “สูงสุด-ต่ำสุด” ตั้งแต่ “ทรัมป์” ประกาศ "ภาษีสหรัฐฯ"
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
