กระทรวงแรงงาน ยกเลิกสูตรคำนวณเก่า-ใหม่ ให้อำนาจแต่ละจังหวัดเสนอ "ค่าแรงขั้นต่ำ"

Share on Line Share on Facebook Share on X
กระทรวงแรงงาน ยกเลิกสูตรคำนวณเก่า-ใหม่ ให้อำนาจแต่ละจังหวัดเสนอ "ค่าแรงขั้นต่ำ"

สรุปข่าว

กระทรวงแรงงาน จัดประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ครั้งที่ 5/2567  โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุม โดยกล่าวว่า หลังจากนี้จะยกเลิกการใช้สูตรคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำทั้งเก่าและใหม่ และให้อำนาจอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดในแต่ละจังหวัด และคณะกรรมการค่าจ้างกลาง(ไตรภาคี) เป็นผู้พิจารณาให้สอดคล้องกับปัจจัยทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ 


โดยจะไม่แทรกแซง ซึ่งให้พิจารณาตามกรอบแนวคิดของจังหวัดนั้นๆ ตามสภาพเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และที่สำคัญคือราคาสินค้าในท้องตลาด โดยให้นำเสนอมาว่า กิจการใดมีความจำเป็น ซึ่งต้องเข้าใจว่าบางกิจการมีกำลังน้อย อย่างเช่น เอสเอ็มอี ค้าปลีก-ส่ง ภาคการเกษตร จึงต้องมีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง โดยต้องส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้กับทางคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา และจะนำเสนอให้คณะกรรมการไตรภาคี ชุดใหญ่พิจารณาครั้งสุดท้าย 


ซึ่งให้ทางอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดทำข้อมูล ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยที่ประชุมวันนี้ ฝ่ายลูกจ้างเสนอว่า ไม่ได้ต้องการแค่ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท บางกิจการอาจจะต้องเกิน 400 บาท ซึ่งต้องเป็นจำนวนค่าแรงขั้นต่ำที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง


ส่วนกรณีที่ฝ่ายนายจ้าง มองว่า มีการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้เร่งรีบจนเกินไป ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยว่า ฝ่ายนายจ้างนายเสนอให้มีการทำข้อมูลเป็นระยะเวลา 6 เดือน แต่ตนมองว่าเวลา 2 เดือน เป็นเวลาเวลาที่เหมาะสมแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้การเมืองแทรกแซงหรือ ตอบสนองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยดำเนินการตามหลักการและความจำเป็น โดยในฐานะภาครัฐได้ดำเนินการอย่างเป็นกลางที่สุด ซึ่งวันนี้ทั้ง 2 ฝ่าย เห็นไม่ตรงกันจึงได้มีการลงมติเพื่อขอเสียงส่วนใหญ่ จึงมีมติว่าให้อำนาจอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด


ทั้งนี้ ย้ำว่า การคำนวณสูตรค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละพื้นที่ต้องยึดเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน ราคาสินค้าในพื้นที่ ซึ่งในบางจังหวัดอาจจะมีการเสนอค่าแรงขั้นต่ำเกิน 400 บาทก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ยังไม่ขอกำหนดวันประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ชัดเจนจะต้องมีการพิจารณาพิจารณาจากคณะกรรมการไตรภาคีชุดใหญ่อีกครั้ง โดยทั้งหมดจะดำเนินการภายใต้กฎหมายที่กำหนดไว้


ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ นางเนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) พร้อมด้วยผู้แทนจากสภาองค์การนายจ้างทั้ง 16 สภาองค์การนายจ้าง ยื่นหนังสื่อถึง นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 เพื่อคัดค้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการยื่นหนังสือก่อนการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 ครั้งที่ 5/2567


ซึ่งได้เสนอเรื่องคัดค้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 พร้อมกันทั่วประเทศ ดังนี้

1.การปรับขึ้นค่าแรงควรใช้หลักการตามกฏหมายโดยยึดแนวปฏิบัติจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จังหวัดในแต่ละจังหวัดและคณะกรรมการค่าจ้างกลาง(ไตรภาคี) เป็นผู้พิจารณาให้สอดคล้องกับปัจจัยทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่

2.ในการพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำควรพิจารณาจากทักษะฝีมือแรงงาน

3.ควรมีการรับฟังความคิดเห็นและศึกษาถึงความพร้อมของในแต่ละพื้นที่จังหวัดและประเภทธุรกิจรวมถึงควรให้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

4.ภาครัฐควรสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพให้แก่ภาคแรงงานขั้นพื้นฐาน เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก


ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) ยังกล่าวด้วยว่า สภาพของเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอยู่ในช่วงเปราะบาง เงินเฟ้อ ค่าเงินบาทอ่อน ขีดความสามารถในเชิงการแข่งขันด้อยลงไปเรื่อยๆ และเหตุผลทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ไม่พร้อมในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศแน่นอน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นอกจากนั้นยังมีเรื่องต้นทุน ค่าพลังงาน มีการปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องดูแลจุดนี้ด้วย


พร้อมกันนี้ เห็นด้วยที่จะขึ้นค่าจ้างตามทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งทุกอุตสาหกรรมมีแรงงานทักษะอยู่แล้ว และสนับสนุนให้เอสเอ็มอีปรับมาจ้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือแรงงานเหมือนอย่างอุตสาหกรรมใหญ่ๆ แต่อาจจะมีความต่างกันในเรื่องของอัตราการจ้างงานที่จะต้องสอดคล้องกับกำไรและขนาดของธุรกิจนั้น



ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

sticky-bar-top