นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยยืนยันว่า ทุกแห่งมีความพร้อมรับมือสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ
นายสุเมธ กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำในเดือนกันยายน 2568 จะยังอยู่ในภาวะปกติ แต่ กนอ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ริมแม่น้ำและเส้นทางน้ำหลาก ประสบการณ์จากปี 2567 ที่แม้หลายพื้นที่จะประสบภัย แต่นิคมอุตสาหกรรมของเรายังคงปลอดภัย สะท้อนประสิทธิภาพของระบบที่เรามี เราพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
สรุปข่าว
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยยืนยันว่า ทุกแห่งมีความพร้อมรับมือสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ
นายสุเมธ กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำในเดือนกันยายน 2568 จะยังอยู่ในภาวะปกติ แต่ กนอ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ริมแม่น้ำและเส้นทางน้ำหลาก ประสบการณ์จากปี 2567 ที่แม้หลายพื้นที่จะประสบภัย แต่นิคมอุตสาหกรรมของเรายังคงปลอดภัย สะท้อนประสิทธิภาพของระบบที่เรามี เราพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
สำหรับความคืบหน้าของระบบป้องกันน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งลงทุนไปแล้วรวมกว่า 1,857 ล้านบาท ทั้งที่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง (อยุธยา)
นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน (อยุธยา) นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (อยุธยา) และนิคมอุตสาหกรรมบางปู (สมุทรปราการ) ผู้ว่าการ กนอ.ย้ำว่า แผนการดำเนินงานไม่ได้มีแค่โครงสร้าง แต่ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ
ประกอบด้วย 1.ด้านโครงสร้าง การบำรุงรักษาและเสริมความแข็งแกร่งของกำแพงป้องกันอย่างสม่ำเสมอ 2.ด้านเครื่องจักร ที่มีการเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำกำลังสูงและระบบสำรองให้ใช้งานได้ทันที 3.ด้านการบูรณาการ โดยการทำงานร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามข้อมูลน้ำแบบเรียลไทม์ และ 4.ด้านการเตรียมพร้อม มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินร่วมกับโรงงาน และมีระบบสื่อสารแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ
นายสุเมธ กล่าวว่าบทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 ทำให้เราต้องลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งการลงทุนทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่การป้องกันทรัพย์สิน แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

