ปัญหาตะวันออกกลางไม่กระทบไทยหาLNG

Share on Line Share on Facebook Share on X

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 7/2569 (ครั้งที่ 997) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ติดตามสถานการณ์การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขนส่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง      

โดย กกพ. ได้กำชับผู้ส่งสินค้า (Shipper) ทุกรายในกลุ่ม Regulated Market ให้ติดตามสถานการณ์การขนส่ง LNG ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง พร้อมรายงานข้อมูลสถานะการส่งมอบและแผนการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันและ LNG ในตลาดโลก         


สรุปข่าว

กกพ. ย้ำ! สถานการณ์จักแย้งในตะวันออกกลาง ยังไม่กระทบการจัดหา LNG พร้อมวางแผนรองรับทุกความเสี่ยง

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 7/2569 (ครั้งที่ 997) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ติดตามสถานการณ์การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขนส่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง      

โดย กกพ. ได้กำชับผู้ส่งสินค้า (Shipper) ทุกรายในกลุ่ม Regulated Market ให้ติดตามสถานการณ์การขนส่ง LNG ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง พร้อมรายงานข้อมูลสถานะการส่งมอบและแผนการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันและ LNG ในตลาดโลก         


โดยปัจจุบันมีเรือ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเดินทางมาถึงประเทศไทยตามสัญญาในเดือนมีนาคม 2569 แล้ว จำนวน 2 ลำ และมีเรือที่อยู่ในแผนส่งมอบเพิ่มเติมที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 5 ลำ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ จากการติดตามร่วมกับ Shipper และผู้ขาย LNG ยืนยันว่า ยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งมอบแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กกพ. ได้เตรียมแนวทางรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือไม่สามารถรับ LNG จากประเทศกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกำหนดมาตรการสำรองไว้ ดังนี้          


1. เพิ่มการจัดหาก๊าซธรรมชาติทางท่อจากอ่าวไทย แหล่ง JDA และเมียนมา โดยบริหารจัดการปริมาณก๊าซส่วนเพิ่มตามความยืดหยุ่นของสัญญา (Swing Gas) ให้เต็มศักยภาพ         

2. จัดหา LNG Term ส่วนเพิ่มจากคู่ค้าที่มีอยู่เดิม รวมถึง Spot LNG โดยให้ Shipper เร่งหารือคู่ค้าเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉิน          

3. จัดหา Spot LNG เพิ่มเติมทดแทนปริมาณที่อาจขาดส่ง พร้อมหารือมาตรการเสริมอื่นตามความจำเป็น โดยได้ประสานให้ EGAT SO และ ปตท. ตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองของโรงไฟฟ้า ความต้องการใช้น้ำมัน และศักยภาพการจัดส่ง เพื่อรองรับการเดินเครื่องในกรณีจำเป็น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN