BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน รายงานกำไรไตรมาสแรกลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 สะท้อนแรงกดดันจากยอดขายในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากการยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า กำไรสุทธิของ BYD ลดลง ร้อยละ 55.4 เหลือ 4.1 พันล้านหยวน หรือราว 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้รวมลดลง ร้อยละ 11.8 เหลือ 150.2 พันล้านหยวน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
แรงกดดันหลักมาจากตลาดในประเทศจีนที่ชะลอตัว หลังรัฐบาลเริ่มลดการอุดหนุนโครงการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดและปลั๊กอินไฮบริด ส่งผลให้ยอดขายรวมของ BYD ลดลงต่อเนื่องถึง 7 เดือนติดต่อกัน แม้ยอดส่งออกต่างประเทศยังเติบโต
ขณะเดียวกัน BYD ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งในประเทศอย่าง Geely และ Leapmotor ที่เร่งเปิดตัวโมเดลใหม่ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน
สรุปข่าว
BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน รายงานกำไรไตรมาสแรกลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 สะท้อนแรงกดดันจากยอดขายในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากการยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า กำไรสุทธิของ BYD ลดลง ร้อยละ 55.4 เหลือ 4.1 พันล้านหยวน หรือราว 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้รวมลดลง ร้อยละ 11.8 เหลือ 150.2 พันล้านหยวน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
แรงกดดันหลักมาจากตลาดในประเทศจีนที่ชะลอตัว หลังรัฐบาลเริ่มลดการอุดหนุนโครงการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดและปลั๊กอินไฮบริด ส่งผลให้ยอดขายรวมของ BYD ลดลงต่อเนื่องถึง 7 เดือนติดต่อกัน แม้ยอดส่งออกต่างประเทศยังเติบโต
ขณะเดียวกัน BYD ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งในประเทศอย่าง Geely และ Leapmotor ที่เร่งเปิดตัวโมเดลใหม่ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน
เพื่อตอบโต้แรงกดดันในประเทศ BYD เดินเกมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและการตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว โดยตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศในปี 2026 ที่ 1.5 ล้านคัน หรือเติบโตกว่าร้อยละ 40 จากปี 2025
นักวิเคราะห์มองว่า ยอดส่งออกของ BYD ในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 25–30 ขณะที่ยอดขายรวมอาจเติบโตเพียงราวร้อยละ 12 สะท้อนภาพการเติบโตที่เริ่มชะลอในตลาดหลัก
ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ BYD เร่งลงทุนเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ เพื่อลดข้อกังวลของผู้บริโภคที่ยังลังเลเปลี่ยนจากรถยนต์น้ำมัน พร้อมเปิดพรีเซลรถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่รุ่นใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ปักกิ่ง หวังเจาะตลาดพรีเมียมและแข่งขันกับแบรนด์ยุโรปมากขึ้น
ภาพรวมสะท้อนชัดว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงแข่งขันเข้มข้น ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นสงครามเทคโนโลยีและการขยายตลาดโลก ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาผู้เล่นรายใหญ่ในระยะต่
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/asia-pacific/byds-quarterly-profit-slide-fastest-six-years-2026-04-28/
ที่มารูปภาพ : -
