"คนไทยหนี้เพิ่ม" ปี 69 สัดส่วนขยับเป็นร้อยละ 62.44

Share on Line Share on Facebook Share on X
"คนไทยหนี้เพิ่ม" ปี 69 สัดส่วนขยับเป็นร้อยละ 62.44

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือน ก.พ.2569 จำนวน 6,469 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชนและแนวโน้มในอนาคต พบว่า สัดส่วนหนี้สินของประชาชนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 62.44 เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจเดือน ก.พ.2568 ที่ร้อยละ 50.99 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอาชีพ พบว่า พนักงานของรัฐ พนักงานเอกชน และนักศึกษา เป็นกลุ่มอาชีพที่มีสัดส่วนหนี้ในระบบมากที่สุด ที่ร้อยละ 89.09 82.71 และ 80.28 ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มเกษียณอายุและไม่ได้ทำงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้างและบริการอิสระเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้นอกระบบสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเข้าถึงการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินตามกฎหมาย ในขณะที่กลุ่มอาชีพเกษตรเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้ทั้งสองระบบมากที่สุด ซึ่งอาจสะท้อนถึงลักษณะภาระทางการเงินของภาคเกษตรในปัจจุบันที่มีความเปราะบาง


สรุปข่าว

สนค.เผยผลสำรวจภาระหนี้สินประชาชนปี 69 พบสัดส่วนการเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 62.44 จากปี 68 ที่สัดส่วนร้อยละ 50.99 เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซื้อทรัพย์สิน และการลงทุน เผยกลุ่มพนักงานรัฐ เอกชน นักศึกษา มีหนี้ในระบบมากสุด กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ มีหนี้นอกระบบสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น คาดปี 69 คนไม่เน้นสร้างหนี้เพิ่ม แต่บางกลุ่มมีความจำเป็นต้องสร้างหนี้ จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม และชำระหนี้ที่ค้าง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือน ก.พ.2569 จำนวน 6,469 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชนและแนวโน้มในอนาคต พบว่า สัดส่วนหนี้สินของประชาชนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 62.44 เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจเดือน ก.พ.2568 ที่ร้อยละ 50.99 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น 

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอาชีพ พบว่า พนักงานของรัฐ พนักงานเอกชน และนักศึกษา เป็นกลุ่มอาชีพที่มีสัดส่วนหนี้ในระบบมากที่สุด ที่ร้อยละ 89.09 82.71 และ 80.28 ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มเกษียณอายุและไม่ได้ทำงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้างและบริการอิสระเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้นอกระบบสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเข้าถึงการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินตามกฎหมาย ในขณะที่กลุ่มอาชีพเกษตรเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้ทั้งสองระบบมากที่สุด ซึ่งอาจสะท้อนถึงลักษณะภาระทางการเงินของภาคเกษตรในปัจจุบันที่มีความเปราะบาง


สำหรับการพิจารณาตามกลุ่มรายได้ พบว่า กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท เป็นกลุ่มรายได้ที่มีสัดส่วนหนี้สินมากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มรายได้ระหว่าง 10,001–50,000 บาท โดยหนี้สินร้อยละ 78.86 มีลักษณะหนี้สินเป็นหนี้ในระบบ ตามมาด้วยหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบที่ร้อยละ 13.72 และหนี้นอกระบบ ที่ร้อยละ 7.43 แต่กลุ่มที่มีรายได้ระหว่าง 5,000–10,000 บาท เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้นอกระบบและหนี้ในทั้งสองระบบมากที่สุด


นายนันทพงษ์กล่าวว่า ภาพรวมในปี 2569 พบว่า ประชาชนมีแนวโน้มว่าจะไม่มีการสร้างหนี้เพิ่มเติมสูงถึงร้อยละ 61.84 แต่ในส่วนที่คาดการณ์ว่าจะมีการสร้างหนี้ มีสาเหตุมาจากภาระค่าใช้จ่ายประจำและจำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ที่ร้อยละ 15.52 ตามมาด้วยการสร้างหนี้เพื่อการชำระหนี้ปัจจุบัน ที่ร้อยละ 4.86 และการลงทุนระยะยาว ที่ร้อยละ 4.48 โดยกลุ่มอาชีพที่จะสร้างหนี้ คือ เจ้าของกิจการที่จะสร้างหนี้เพื่อประคับประคองธุรกิจ มากกว่าการสร้างหนี้เพื่อขยายกิจการ กลุ่มเกษตรและอาชีพอิสระ สร้างหนี้เพื่อชำระหนี้เก่าและรายได้ที่ไม่แน่นอน พนักงานรัฐและเอกชน สร้างหนี้เพื่อซื้อสินทรัพย์

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN