
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ลดลงอย่างหนักเหลือ 5.28 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 7.99 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากแผนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
การไหลเข้าของ FDI ในไตรมาสแรกปีนี้ถือเป็นระดับต่ำสุดในแง่ของมูลค่าดอลลาร์ นับตั้งแต่ที่เคยลดลงไปแตะที่ระดับ 4.24 หมื่นล้านดอลลาร์ ไตรมาส 4 ของปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเงินเฟ้อสูง หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจทำให้การตัดสินใจลงทุนของบริษัทต่าง ๆ หยุดชะงัก และชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การลดลงของ FDI อาจเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากโครงการผลิตของบริษัทต่างชาติในสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะถูกนำไปรวมในข้อมูล FDI ไตรมาสปัจจุบันและต่อ ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าซื้อกิจการยูเอส สตีล (U.S. Steel) มูลค่า 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนิปปอน สตีล (Nippon Steel) ที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตัวเลข FDI ในอนาคต
สรุปข่าว
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 ลดลงอย่างหนักเหลือ 5.28 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 7.99 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากแผนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
การไหลเข้าของ FDI ในไตรมาสแรกปีนี้ถือเป็นระดับต่ำสุดในแง่ของมูลค่าดอลลาร์ นับตั้งแต่ที่เคยลดลงไปแตะที่ระดับ 4.24 หมื่นล้านดอลลาร์ ไตรมาส 4 ของปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเงินเฟ้อสูง หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจทำให้การตัดสินใจลงทุนของบริษัทต่าง ๆ หยุดชะงัก และชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การลดลงของ FDI อาจเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากโครงการผลิตของบริษัทต่างชาติในสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะถูกนำไปรวมในข้อมูล FDI ไตรมาสปัจจุบันและต่อ ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าซื้อกิจการยูเอส สตีล (U.S. Steel) มูลค่า 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนิปปอน สตีล (Nippon Steel) ที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตัวเลข FDI ในอนาคต
นอกจากนี้รายงานระบุด้วยว่า ตัวเลข FDI ที่ลดลงในไตรมาสแรกปีนี้ ส่งผลให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐฯ ขยายตัวสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.502 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากภาคธุรกิจเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า ก่อนที่มาตรการภาษีที่เข้มงวดของทรัมป์จะเริ่มมีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ ข้อมูลบัญชีเดินสะพัดจะวัดการไหลเวียนสุทธิของสินค้า บริการ และการลงทุนที่เข้าและออกจากประเทศ โดยปกติแล้ว การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่และต่อเนื่องจะถูกหักลบด้วยการไหลเข้าของการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินของสหรัฐฯ และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงโรงงานและอุปกรณ์ การควบรวมและซื้อกิจการของบริษัท
- "นิสสัน" คาด"ภาษีทรัมป์"ทำขาดทุน 2 แสนล้านเยน
- “สหรัฐอเมริกา” ใช้เงินไปกับ “สงคราม” เท่าไหร่ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1
- "พิชัย" เรียกถกด่วน เอกชน-รัฐ รับมือไทย-กัมพูชา ยึดความมั่นคง ลดกระทบเศรษฐกิจ
- สหรัฐอเมริกาใช้เงินเท่าไหร่ ? เพื่อส่งเครื่องบิน "B-2" บินข้ามโลกทิ้งระเบิดโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
- สหรัฐฯ ฝึก “นักบินรบ” ยุคใหม่ด้วย “AR” ฉายภาพศัตรูเสมือนจริง ซ้อมรบกลางอากาศ
- ยานบินไฮเปอร์โซนิก มัค 5 จากอเมริกา อัปเกรดเครื่องยนต์ให้กลับมาใช้ซ้ำได้ดีขึ้น สั่งเพิ่มทีเดียว 16 ตัว
- โกยเงิน 600,000,000 ดอลลาร์ เปิดรายได้ "ทรัมป์" คริปโต - สนามกอลฟ์ - สินค้าตัวเอง
ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
ที่มารูปภาพ : AP Freepik

