ทำความรู้จัก "One Big Beautiful Bill" กฎหมายใหม่ "ทรัมป์" เพิ่มงบ แต่ลดภาษี ชัยชนะของคนอเมริกัน หรือของใคร ?
One Big Beautiful Bill ยิ่งใหญ่และงดงาม จริงหรือไม่?
กฎหมายใหม่ของทางสหรัฐฯ ที่เกิดจากความต้องการและผลักดันอย่างหนักของประธานาธิบดีทรัมป์ มีทั้งการใช้งบครั้งใหญ่ การลดภาษีครั้งใหญ่ และอาจจะก่อหนี้ครั้งใหญ่ด้วยเช่นกันจากหนี้ที่สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ตอนนี้ จะเสี่ยงมากไปหรือไม่? แล้วใครที่ได้หรือเสียจากนโยบายกฎหมายนี้กันแน่?
วันชาติสหรัฐอเมริกาปีนี้ 4 กรกฎาคม 2025 ไม่เหมือนกับปีไหนๆ เพราะเป็นวันที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้จรดปากกาลงนามบังคับใช้ กฎหมาย One Big Beautiful Bill อย่างเป็นทางการ ร่างกฎหมายงบประมาณ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ได้ใส่นโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ได้เคยหาเสียงเอาไว้
รัฐบาลของทรัมป์ถือว่านี่คือชัยชนะทางการเมืองที่สำคัญ และตั้งใจประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในพิธีวันชาติสหรัฐฯ แม้ว่ากฎหมายนี้จะไฟเขียวผ่านมาได้แบบฉิวเฉียด โดยผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 218–214 และผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 51–50 ก่อนที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ J.D. Vance เป็นผู้ใช้เสียงชี้ขาดจนได้รับการอนุมัติในที่สุด
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอ้างทันที ว่านี่คือการทำตามสัญญาของเค้า ที่เคยประกาศไว้ว่าจะทำอเมริกากลับมาให้ยิ่งใหญ่ เป็นหนทางที่จะฟื้นฟูความแข็งแกร่งของอเมริกาบนเวทีโลก โดยทรัมป์เรียกกฎหมายนี้ว่า "ชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา" แม้ทรัมป์จะมองว่ากฎหมายนี้คือชัยชนะ แต่ถามว่าเป็นชัยชนะของใครกันแน่ คนรวย หรือคนจน หรือคนอเมริกันทั้งชาติ เพราะกฎหมายนี้ออกมาพร้อมกับเสียงต่อต้านไม่น้อย โดยเฉพาะการถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ช่วยคนรวยมากกว่าคนจน
สรุปข่าว
One Big Beautiful Bill ยิ่งใหญ่และงดงาม จริงหรือไม่?
กฎหมายใหม่ของทางสหรัฐฯ ที่เกิดจากความต้องการและผลักดันอย่างหนักของประธานาธิบดีทรัมป์ มีทั้งการใช้งบครั้งใหญ่ การลดภาษีครั้งใหญ่ และอาจจะก่อหนี้ครั้งใหญ่ด้วยเช่นกันจากหนี้ที่สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ตอนนี้ จะเสี่ยงมากไปหรือไม่? แล้วใครที่ได้หรือเสียจากนโยบายกฎหมายนี้กันแน่?
วันชาติสหรัฐอเมริกาปีนี้ 4 กรกฎาคม 2025 ไม่เหมือนกับปีไหนๆ เพราะเป็นวันที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้จรดปากกาลงนามบังคับใช้ กฎหมาย One Big Beautiful Bill อย่างเป็นทางการ ร่างกฎหมายงบประมาณ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ได้ใส่นโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ได้เคยหาเสียงเอาไว้
รัฐบาลของทรัมป์ถือว่านี่คือชัยชนะทางการเมืองที่สำคัญ และตั้งใจประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในพิธีวันชาติสหรัฐฯ แม้ว่ากฎหมายนี้จะไฟเขียวผ่านมาได้แบบฉิวเฉียด โดยผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 218–214 และผ่านวุฒิสภาด้วยคะแนน 51–50 ก่อนที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ J.D. Vance เป็นผู้ใช้เสียงชี้ขาดจนได้รับการอนุมัติในที่สุด
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอ้างทันที ว่านี่คือการทำตามสัญญาของเค้า ที่เคยประกาศไว้ว่าจะทำอเมริกากลับมาให้ยิ่งใหญ่ เป็นหนทางที่จะฟื้นฟูความแข็งแกร่งของอเมริกาบนเวทีโลก โดยทรัมป์เรียกกฎหมายนี้ว่า "ชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา" แม้ทรัมป์จะมองว่ากฎหมายนี้คือชัยชนะ แต่ถามว่าเป็นชัยชนะของใครกันแน่ คนรวย หรือคนจน หรือคนอเมริกันทั้งชาติ เพราะกฎหมายนี้ออกมาพร้อมกับเสียงต่อต้านไม่น้อย โดยเฉพาะการถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ช่วยคนรวยมากกว่าคนจน
"One Big Beautiful Bill" กับสิ่งที่(อาจจะ)ต้องแลกมา ?
One Big Beautiful Bill ร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ร่างกฎหมายที่ว่านี้มีความยาวมากถึง 1,116 หน้า มีเนื้อหาครอบคลุมหลายด้าน รวมแทบทุกอย่างที่ทรัมป์ได้หาเสียงเอาไว้ ตั้งต่จัดเก็บรายได้จากภาษี การเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง งบประมาณกลาโหม การอุดหนุนภาคธุรกิจของสหรัฐฯ และจากการวิเคราะห์ของสำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ (CBO) คาดการณ์ว่าร่างกฎหมายนี้จะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า อีกทั้งจะทำให้รัฐบาลขาดดุลประมาณราว 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ จากปัจจุบันที่หนี้รวมของรัฐบาลอยู่ที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ CBO ยังคาดการณ์ว่า ร่างกฎหมายนี้จะทำให้ชาวอเมริกันอีก 11.8 ล้านคน สูญเสียการคุ้มครองด้านการประกันสุขภาพภายในปี 2577
ทั้งนี้เป้าหมายหลักของร่างกฎหมายนี้ คือการขยายเวลาการลดภาษีตามนโยบายเดิมของทรัมป์1.0 ที่เรียกว่า Tax Cuts and Jobs Act (TCJA) เมื่อปี 2017 ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในปลายปีนี้ ปี2025 ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้มีรายได้สูงและชนชั้นมั่งคั่ง
รายละเอียดของกฎหมายนี้ เช่น
กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ คือ กลุ่มคนทำงานเกี่ยวกับการบริการ พนักงานทั่วไป ได้รับการยกเลิกภาษีที่ได้มาจากเงินทิปและค่าล่วงเวลา
ครอบครัวที่มีลูกได้รับประโยชน์เพิ่มเติม กฎหมายนี้จะเพิ่มเครดิตภาษีสำหรับครอบครัวที่มีบุตร จากเดิม 2,000 เหรียญเป็น 2,500 เหรียญ และให้มีผลถาวรในอัตรา 2,200 เหรียญ
ผู้สูงอายุจ่ายภาษีน้อยลง มีการลดภาษีสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำกว่า 75,000 เหรียญต่อปี (150,000 เหรียญสำหรับคู่สมรส) สามารถหักลดหย่อนภาษี 6,000 เหรียญ ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้มากกว่าเกณฑ์ จะหักลดหย่อนลดลงจนตามขั้นบันได
ส่วนคนที่ซื้อรถที่ผลิตในอเมริกาก็จะได้ลดหย่อนเพิ่ม ประชาชนหักลดหย่อนดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์สูงสุดถึง 10,000 เหรียญ สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเพดานการหักลดหย่อนภาษีของรัฐและท้องถิ่น State and Local Tax Deduction (SALT) จาก 10,000 ดอลลาร์ (330,000 บาท) ขึ้นไปเป็น 40,000 ดอลลาร์ (1.32 ล้านบาท) ต่อครัวเรือนเนื่องจากที่ผ่านมามีรัฐที่มีอัตราภาษีรัฐและท้องถิ่นสูง เช่น นิวยอร์ก และแคลิฟอร์เนีย กลุ่มคนรวยๆจึงต้องจ่ายภาษีรัฐและภาษีทรัพย์สินจำนวนมาก
ที่สำคัญมากๆ คือ กฎหมายฉบับใหม่นี้ได้เพิ่มงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ให้กับงบกระทรวงกลาโหม ด้านทหาร และความมั่นคง ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 350,000 ล้านเหรียญ รวมถึงโครงการ “โดมทองคำ” เพื่อป้องกันขีปนาวุธ และเพิ่มการใช้จ่ายด้านการบังคับใช้กฎหมาย ตรวจคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายอีกประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ สร้างกำแพงชายแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก ขยายศูนย์กักกันผู้อพยพ และจ้างเจ้าหน้าที่ ICE เพิ่มอีก 10,000 คนภายในปี 2029
"One Big Beautiful Bill" ความหวัง ความฝัน และอนาคต ของคนอเมริกัน ?
เพิ่มงบหลายด้าน และรายได้ภาษีก็หายไปหลายตัว ดังนั้นเมื่อเงินเหลือจำกัด จึงต้องหั่นงบด้านอื่นๆ เพื่อมาชดเชย และเหยื่อในครั้งนี้ ก็คือ สิ่งแวดล้อม และคนจน
สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หัวใจของรัฐบาลทรัมป์ One Big Beautiful Bill ได้ตัดและยกเลิกแทบจะทุกอย่าง ที่รัฐบาลก่อนหน้าได้วางเอาไว้ เช่น ตัดลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม พร้อมเตรียมจะยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้า หลังเดือนกันยายนนี้ และยังอาจจะยุติการให้เครดิตภาษีสำหรับเจ้าของบ้าน ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือปั๊มความร้อนประหยัดพลังงาน และยังจะมีการยกเลิกให้เงินจูงใจสำหรับบ้านประหยัดพลังงานใหม่ และโครงการปรับปรุงสภาพอากาศภายในบ้านภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้สวัสดิการหลายอย่างของสหรัฐฯก็ถูกหั่นงบลง ซึ่งส่วนใหญ่มีไว้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางหรือคนยากคนจน เช่น การกู้เงินเพื่อการศึกษา ทำให้ต้นทุนการชำระคืนเงินกู้เพิ่มขึ้น หรือคิดโดยเฉลี่ยผู้กู้ระดับปริญญาตรีจะต้องจ่ายเงินเพิ่มถึง 2,929 เหรียญต่อปี
มีการยกเลิกสิทธิพิเศษของผู้รับสวัสดิการอาหาร (SNAP) โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ทหารผ่านศึกและคนไร้บ้าน ทำให้คนกลุ่มนี้เสี่ยงสูญเสียสิทธิช่วยเหลือด้านอาหารในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีการตัดงบประมาณ โครงการประกันสุขภาพ Medicaid เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ มีคนเดือดร้อนมากมาย เพราะจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม โดยเฉพาะคลินิกที่ให้บริการสำหรับการวางแผนครอบครัว ดูแลเรื่องเด็กและสตรี จะไม่สามารถเข้าถึงกองทุน Medicaid ได้อีกต่อไป และทางศูนย์อาจต้องปิดตัวลงถึง 1 ใน 3
ผลโพลในสหรัฐฯล่าสุดบอกว่า คนไม่พอใจร่างกฎหมายนี้ของทรัมป์ แต่ทรัมป์ก็ยืนยันจะทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาเติบโตอย่างรวมเร็ว
กฎหมายใหม่ของทรัมป์ชัดเจนว่ามีการตัดสวัสดิการหลายด้าน และไปกระทบกับการใช้ชีวิตของประชาชน หรือทำให้เดือดร้อน ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่ากฎหมายนี้จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยไม่สนใจการคาดการณ์ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้น ทรัมป์กล่าวว่า "ประเทศของเราจะเติบโตอย่างรวดเร็วในทางเศรษฐกิจ" พร้อมบอกปัดผลสำรวจที่ระบุว่าคนไม่พอใจกับร่างกฎหมายนี้ของเขา
สอดคล้องกับความเห็นการฟากฝั่งที่เห็นด้วยกับกฎหมายทรัมป์ เช่น หอการค้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำพันธมิตรองค์กรมากกว่า 145 แห่ง ได้สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า ร่างกฎหมายดัง กล่าวจะ "ส่งเสริมการลงทุนด้านทุน การสร้างงาน และค่าจ้างที่สูงขึ้น" และยังชื่นชมการลดหย่อนภาษีถาวรและเงินทุนรักษาความปลอดภัยชายแดน
ขณะที่ความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์กังวลว่า จะเกิดหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือทางเครดิตของประเทศลดลง และอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงในระยะยาว
พร้อมกับความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนทั่วไปมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้น และกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง
เช่น รายงานจาก The Economist ที่คาดการณ์ถึงผลกระทบในระยะยาวที่อาจตามมาจากการใช้กฎหมายของทรัมป์ ว่าจะทำให้สหรัฐฯต้องเป็นเพิ่มหนี้สาธารณะอีก 130 ล้านล้านบาทใน 10 ปี จีดีพีสหรัฐ หดตัวลง 2% ภายในปี 2050 หนี้เพิ่มขึ้นเป็น 125-130% ของ GDP ภายในปี 2034
ขณะที่ข้อมูลของ Budget Lab มหาวิทยาลัยเยล ระบุว่า กลุ่มผู้มีรายได้สูงจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากร่างนี้ ในขณะที่กลุ่มรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบด้านลบ กลุ่มรายได้น้อยที่สุด รายได้จะลดลงเฉลี่ย 2.5% เนื่องจากถูกตัดสวัสดิการ กลุ่มรายได้สูง รายได้จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.2%
วันนี้ กฎหมายยิ่งใหญ่และงดงามของทรัมป์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ดังนั้นจับตารอกัน เราคงจะได้เห็นในไม่ช้าว่า สิ่งที่ทรัมป์ฝัน กับสิ่งที่หลายคนกลัว จะกลายเป็นจริงหรือไม่? และหากผลออกมาไม่สวยงาม คงจะกระทบไปทั่วทั้งโลกอย่างแน่อน
- ชาติอาเซียน รับมือภาษีทรัมป์ “เวียดนาม”เร่งเจาะตลาดส่งออกใหม่ "มาเลเซีย"ไม่ตอบโต้เดินหน้าเจรจา
- ไทยจะต่อรองสหรัฐฯ ได้แค่ไหน ก่อนภาษี 36% มีผล 1 ส.ค.?
- มาตรการภาษีของสหรัฐฯ! ธปท. มองไม่รุนแรงเท่าช่วงโควิด แต่ลากยาว
- สภาผู้ส่งออก เสนอ 3 มาตรการป้องการส่งออกไทย วอนรัฐดีลภาษีทรัมป์ให้ต่ำกว่า 36%
- "ทรัมป์"ประกาศจ่อขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มอีก ทองแดง +50% ยาและชิป +200%
- วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ “เท็กซัส” คร่าชีวิตประชาชนกว่า 100 ราย ปชช.เดือดปมรัฐฯตัดงบเตือนภัย!
- อเมริกาสร้างยานบิน VTOL พลังไอพ่น ความเร็วสูงสุดกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ที่มาข้อมูล : Al Jazeera, The Economist, BBC, Reuters, CNBC
ที่มารูปภาพ : Gettyimages Freepik

