วิกฤต "สตาร์บัคส์" เลิกจ้างอีกรอบ 900 คน ปิดสาขา 500 แห่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X

ขายไม่ออก ขายไม่ได้ ขายไม่ดี สตาร์บัคส์ในสหรัฐอเมริกา เจอกับมรสุมหนัก หลังจากภาวะยอดขายสาขาเดิมลดลงต่อเนื่องถึง 6 ไตรมาสติดกันนับตั้งแต่ ปี 2024 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงอย่างหนักในตลาด และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่รัดเข็มขัดระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นในยุคนี้

 

“Back to Starbucks” กลับคืนสู่สตาบัคส์ คือ ชื่อแผนการพลิกฟื้นธุรกิจในปัจจุบันนี้ของสตาร์บัคส์ ภายใต้การนำของซีอีโอ ไบรอัน นิคโคล (Brian Niccol)  โดยนิคโคลเน้นย้ำว่าเป้าหมาย คือ การลงทุนเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าและร้านกาแฟให้มากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงหน้าร้านและสาขาต่างๆ เพื่อให้กลับมาเป็น “The Third Place” หรือที่นั่งพักพิงนอกบ้านสำหรับผู้บริโภค นอกเหนือจากการอยู่บ้านและอยู่ที่ทำงาน 

สรุปข่าว

“สตาร์บัคส์” ในอเมริกา ยังสาหัส ล่าสุด เอาอีกแล้ว ประกาศปิด 500 สาขา เลิกจ้างพนักงาน 900 คน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปลดคนไปรอบนึงแล้วกว่า 1,100 คน สาเหตุเพราะยอดขายยังดิ่งหนัก ขายไม่ดีเหมือนเดิม

ขายไม่ออก ขายไม่ได้ ขายไม่ดี สตาร์บัคส์ในสหรัฐอเมริกา เจอกับมรสุมหนัก หลังจากภาวะยอดขายสาขาเดิมลดลงต่อเนื่องถึง 6 ไตรมาสติดกันนับตั้งแต่ ปี 2024 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงอย่างหนักในตลาด และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่รัดเข็มขัดระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นในยุคนี้

 

“Back to Starbucks” กลับคืนสู่สตาบัคส์ คือ ชื่อแผนการพลิกฟื้นธุรกิจในปัจจุบันนี้ของสตาร์บัคส์ ภายใต้การนำของซีอีโอ ไบรอัน นิคโคล (Brian Niccol)  โดยนิคโคลเน้นย้ำว่าเป้าหมาย คือ การลงทุนเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าและร้านกาแฟให้มากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงหน้าร้านและสาขาต่างๆ เพื่อให้กลับมาเป็น “The Third Place” หรือที่นั่งพักพิงนอกบ้านสำหรับผู้บริโภค นอกเหนือจากการอยู่บ้านและอยู่ที่ทำงาน 

แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่ฟื้นตัวได้ วันนี้สตาร์บัคส์ ต้องแลกด้วยการผ่าตัดครั้งใหญ่  คือ ด้วยการเอาคนออก หรือเลิกจ้างเป็นรอบที่สองของปีนี้   และหนักถึงขั้นปิดสาขาหลายแห่ง 

 

ล่าสุด สตาร์บัคส์ (Starbucks) ได้ออกประกาศเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าแผนปรับโครงสร้าง มูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่งแผนที่ว่านี้หมายรวมถึงการปิดร้านกาแฟบางแห่งในอเมริกาเหนือ และเลิกจ้างพนักงานเพิ่มเติม โดยทั้งหมดยังอยู่ภายใต้แผนหลัก “Back to Starbucks”  พนักงานที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับแจ้งเตือน และจะได้รับเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือจำนวนมาก นอกจากนี้ยังทางบริษัทยังประกาศปิดประตูรับคนใหม่ ด้วยการปิดรับตำแหน่งงานที่ว่างอยู่เป็นจำนวนมากด้วย 

ข้อมูลในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) บริษัทสตาร์บัคส์ระบุว่าจำนวนร้านที่บริษัทบริหารเองในอเมริกาเหนือจะลดลงประมาณ 1%  หรือคิดเป็นการปิดสุทธิประมาณ 500 สาขา ตามการประเมินของ TD Cowen พร้อมกับการเลิกจ้างพนักงานนอกสาขาอีกประมาณ 900 คนด้วย

 

โดยสตาร์บัคส์คาดว่า 90% ของค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ครั้งนี้ จะมาจากธุรกิจในอเมริกาเหนือ  และบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายการเลิกจ้างประมาณ 150 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการปิดร้านอีกประมาณ 850 ล้านดอลลาร์  โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะเหลือจำนวนร้านในอเมริกาเหนือ รวมทั้งร้านที่บริษัทบริหารเองและร้านแฟรนไชส์ อยู่ที่ประมาณ 18,300 สาขา ก่อนที่จะกลับมาเริ่มขยายสาขาอีกครั้งในปีงบประมาณ 2569

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top