“ท๊อป จิรายุส” คาดบิทคอยน์ในอีก 5 ปี แตะ 1 ล้านดอลลาร์ มาร์เก็ตแคบแซงทองคำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ท๊อป จิรายุส” คาดบิทคอยน์ในอีก 5 ปี  แตะ 1 ล้านดอลลาร์   มาร์เก็ตแคบแซงทองคำ

ท๊อป จิรายุส” คาดอีก 5 ปี ราคาบิทคอยน์ในอีก 5 ปีข้างหน้ามีโอกาสแตะ 1 ล้านดอลลาร์ และมาร์เก็ตแคบแซงหน้าทองคำ

คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่าปัจจุบันราคาบิทคอยน์ตอนนี้เกิน 4 ล้านบาท ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ซึ่งก็เป็นแพตเทิร์นของ Bitcoin Halving โดยราคาบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นสูงในช่วง 18 เดือน จากช่วงเดือนเมษายน 2567 และปัจจุบันก็ครบ 18 เดือน แต่ข้อควรระวังคือหลังจากนี้คือช่วง 3 วัฏจักร หรือราว 17 ปี ที่ผ่าน ราคาบิทคอยน์พอถึงช่วงพีคที่สุดราคาก็จะปรับตัวลงประมาณ 70-80% ซึ่งเป็นการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของคริปโต (Crypto Winter) โดยตลาดคริปโตจะเงียบไปอีกราว 3 ปี 

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่ราคาบิทคอยน์ต่อจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปจากแพตเทิร์นเดิมในอดีต เพราะเนื่องจากปัจจุบันเงินสถาบันไหลเข้ามายังตลาด Crypto currency อย่างมากมายมหาศาล และนักลงทุนสถาบันไม่ได้ซื้อขายเหมือนนักลงทุนรายย่อย  

ซึ่งมาจากประเด็นสำคัญของโลก ได้เเก่  การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลงนาม GENIUS Act หรือร่างกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin อย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก รวมถึงผลักดันเรื่อง Stablecoin และยังผลักดันกองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve)

สรุปข่าว

“ท๊อป จิรายุส” คาดอีก 5 ปี ราคาบิทคอยน์ในอีก 5 ปีข้างหน้ามีโอกาสแตะ 1 ล้านดอลลาร์ และมาร์เก็ตแคบแซงหน้าทองคำ

ท๊อป จิรายุส” คาดอีก 5 ปี ราคาบิทคอยน์ในอีก 5 ปีข้างหน้ามีโอกาสแตะ 1 ล้านดอลลาร์ และมาร์เก็ตแคบแซงหน้าทองคำ

คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยกับ TNN Wealth ว่าปัจจุบันราคาบิทคอยน์ตอนนี้เกิน 4 ล้านบาท ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ซึ่งก็เป็นแพตเทิร์นของ Bitcoin Halving โดยราคาบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นสูงในช่วง 18 เดือน จากช่วงเดือนเมษายน 2567 และปัจจุบันก็ครบ 18 เดือน แต่ข้อควรระวังคือหลังจากนี้คือช่วง 3 วัฏจักร หรือราว 17 ปี ที่ผ่าน ราคาบิทคอยน์พอถึงช่วงพีคที่สุดราคาก็จะปรับตัวลงประมาณ 70-80% ซึ่งเป็นการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของคริปโต (Crypto Winter) โดยตลาดคริปโตจะเงียบไปอีกราว 3 ปี 

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่ราคาบิทคอยน์ต่อจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปจากแพตเทิร์นเดิมในอดีต เพราะเนื่องจากปัจจุบันเงินสถาบันไหลเข้ามายังตลาด Crypto currency อย่างมากมายมหาศาล และนักลงทุนสถาบันไม่ได้ซื้อขายเหมือนนักลงทุนรายย่อย  

ซึ่งมาจากประเด็นสำคัญของโลก ได้เเก่  การที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลงนาม GENIUS Act หรือร่างกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin อย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก รวมถึงผลักดันเรื่อง Stablecoin และยังผลักดันกองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve)

และยังมีบริษัทยักษ์อย่าง MicroStrategy (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Strategy) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่เน้นด้าน Business Intelligence (BI) และ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือครอง Bitcoin (BTC) มากที่สุดในโลก รวมถึง BlackRock หรือชื่อย่อกองทุน "IBIT" ที่เข้าถือของบิทคอยน์เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นทุนสำรองของบริษัทหรือทุนสำรองของประเทศ 

ประกอบกับกองทุนประเทศต่างๆที่เริ่มทยอยกักตุนบิทคอยน์ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งอังกฤษ สหรัฐฯ จีน ซึ่งล่าสุดที่ราคาบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นแรงมาก เพราะมีเงินจากฝั่งจีนเข้ามาซื้อบิตคอยน์เป็นจำนวนมากแต่ปัจจุบันยังไม่ปรากฏตัวว่าเป็นใคร โดยมองว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงที่บิทคอยน์กำลังจะเดินเข้าสู่ Mainstream Adoption อย่างเต็มรูปแบบ   

นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าความต้องการบิทคอยน์ในระยะยาวของตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกหน่อยราคาบิทคอยน์ในอีก 5 ปีข้างหน้า มีโอกาสที่จะแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ เเละมีมาร์เก็ตแคบแซงหน้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำแน่นอน และพร้อมขึ้นสู่ทรัพย์สินที่เป็น Neutral reserve ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากปัจจุบันบิทคอยน์อยู่ที่ระดับ 5 ของโลก และมาร์เก็ตแคปปัจจุบันยังแซงหน้าหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon  เเละตามหลังบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างเช่นหุ้น Apple และอีกไม่กี่บริษัทเท่านั้น ซึ่งตามหลังอยู่ประมาณ 1 ส่วน 10 ของทองคำ แต่เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า  Neutral reserve ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือบิทคอยน์อย่างแน่นอน ซึ่งรองลงมาก็คือทองคำ

ที่มาข้อมูล : TNN Wealth

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth

sticky-bar-top