รัฐบาลส่งเสริม "ชาวนา" ปลูกข้าวคุณภาพสูงเพิ่มมูลค่า ดันข้าวไทยสู่ตลาด "พรีเมียม"

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัฐบาลส่งเสริม "ชาวนา" ปลูกข้าวคุณภาพสูงเพิ่มมูลค่า ดันข้าวไทยสู่ตลาด "พรีเมียม"

"รัฐบาลไทย" เดินหน้ายกระดับ "ข้าวไทย" ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ช่วยชาวนา ผลักดันปลูกข้าวไทยคุณภาพสูงสู่ตลาด "พรีเมียม" เพิ่มมูลค่า 


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2568  เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568  นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านรายได้ชาวนา คุณภาพการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นโยบายและมาตรการที่ดำเนินการ จะต้องเป็นรากฐานให้กับอนาคตที่มั่นคงของวงการข้าวไทย โดยได้ขอให้ที่ประชุม นบข.พิจารณานโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ทำให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคง โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ


1) บริหารจัดการราคาข้าวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมยกระดับรายได้ และลดต้นทุนให้ชาวนาอย่างยั่งยืน


2) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์


3) สร้างเสถียรภาพตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ควบคู่กันไป


นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะช่วยกันขับเคลื่อนอนาคตข้าวไทย และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริง ดังนั้น จึงจำเป็นที่ต้องวางนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา ควบคู่กับการรักษามาตรฐานของสินค้าข้าวไทยอย่างจริงจัง โดยขอให้ร่วมกันหาแนวทาง และมาตรการข้าวที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้ข้าวไทยเป็นข้าวคุณภาพ มีผลผลิตต่อไร่สูง ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่ได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ


พร้อมระบุว่า ในปีนี้ สถานการณ์ตลาดข้าวโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งการที่จีนมีความประสงค์จะซื้อข้าวจากไทย 5 แสนตัน นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาข้าวไทย นอกจากนี้ ไทยยังตกลงขายข้าว และอาหารล่วงหน้าให้แก่สิงคโปร์ 100,000 ตัน พร้อมกล่าวขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ และทุกฝ่ายที่ได้เตรียมการ รวมถึงการเจรจาทุกระดับอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่ผลสำเร็จนี้ โดยถือเป็นการเปิดตลาด เปิด momentum และขอให้เดินหน้าปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ดีที่สุด


ทั้งนี้ในที่ประชุม นบข. ครั้งที่ 1/2568  ได้มีมติเรื่องการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพ โดยปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตข้าวคุณภาพสูง หรือข้าวประณีต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต ช่วยให้มีตลาดรองรับ และสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความโดดเด่นของข้าวไทยมากยิ่งขึ้น เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ข้าวที่มีอัตลักษณ์อื่น ๆ 


โดยกำหนดเป้าหมายเป็นกลุ่มเกษตรกร 200 กลุ่ม วงเงินจ่ายขาด 120 ล้านบาท และการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวตามความต้องการของตลาด ซึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ยังขาดข้าวคุณภาพสูงที่มีความหลากหลาย เพื่อนำมาปลูกทดแทนข้าวพื้นแข็ง โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ไปศึกษาเพิ่มเติมให้เกิดความเหมาะสมต่อไป

สรุปข่าว

"รัฐบาลไทย" เดินหน้ายกระดับ "ข้าวไทย" ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ช่วยชาวนา ผลักดันปลูกข้าวไทยคุณภาพสูงสู่ตลาด "พรีเมียม" เพิ่มมูลค่า

"รัฐบาลไทย" เดินหน้ายกระดับ "ข้าวไทย" ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ช่วยชาวนา ผลักดันปลูกข้าวไทยคุณภาพสูงสู่ตลาด "พรีเมียม" เพิ่มมูลค่า 


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2568  เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568  นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านรายได้ชาวนา คุณภาพการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นโยบายและมาตรการที่ดำเนินการ จะต้องเป็นรากฐานให้กับอนาคตที่มั่นคงของวงการข้าวไทย โดยได้ขอให้ที่ประชุม นบข.พิจารณานโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ทำให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคง โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ


1) บริหารจัดการราคาข้าวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมยกระดับรายได้ และลดต้นทุนให้ชาวนาอย่างยั่งยืน


2) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์


3) สร้างเสถียรภาพตลาด ทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ควบคู่กันไป


นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะช่วยกันขับเคลื่อนอนาคตข้าวไทย และสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริง ดังนั้น จึงจำเป็นที่ต้องวางนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา ควบคู่กับการรักษามาตรฐานของสินค้าข้าวไทยอย่างจริงจัง โดยขอให้ร่วมกันหาแนวทาง และมาตรการข้าวที่ยั่งยืนในระยะยาว เพื่อให้ข้าวไทยเป็นข้าวคุณภาพ มีผลผลิตต่อไร่สูง ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่ได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ


พร้อมระบุว่า ในปีนี้ สถานการณ์ตลาดข้าวโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งการที่จีนมีความประสงค์จะซื้อข้าวจากไทย 5 แสนตัน นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อราคาข้าวไทย นอกจากนี้ ไทยยังตกลงขายข้าว และอาหารล่วงหน้าให้แก่สิงคโปร์ 100,000 ตัน พร้อมกล่าวขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ และทุกฝ่ายที่ได้เตรียมการ รวมถึงการเจรจาทุกระดับอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่ผลสำเร็จนี้ โดยถือเป็นการเปิดตลาด เปิด momentum และขอให้เดินหน้าปรับปรุงคุณภาพข้าวให้ดีที่สุด


ทั้งนี้ในที่ประชุม นบข. ครั้งที่ 1/2568  ได้มีมติเรื่องการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพ โดยปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตข้าวคุณภาพสูง หรือข้าวประณีต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต ช่วยให้มีตลาดรองรับ และสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความโดดเด่นของข้าวไทยมากยิ่งขึ้น เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ข้าวที่มีอัตลักษณ์อื่น ๆ 


โดยกำหนดเป้าหมายเป็นกลุ่มเกษตรกร 200 กลุ่ม วงเงินจ่ายขาด 120 ล้านบาท และการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวตามความต้องการของตลาด ซึ่งในพื้นที่ภาคกลาง ยังขาดข้าวคุณภาพสูงที่มีความหลากหลาย เพื่อนำมาปลูกทดแทนข้าวพื้นแข็ง โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ไปศึกษาเพิ่มเติมให้เกิดความเหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ข้าวโลก ที่ผลผลิตข้าวโลก ปี 2568/69 เมื่อรวมกับสต็อกข้าวต้นปี (สต็อกปลายปี 2567/68) จะมีปริมาณผลผลิต (Supply) รวมเท่ากับ 729.45 ล้านตันข้าวสาร ส่วนความต้องการบริโภคและการค้า (Demand) รวมปริมาณ 604.25 ล้านตันข้าวสาร ทำให้เกิดอุปทานส่วนเกิน 125.20 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งเป็นแรงกดดันราคาข้าวในตลาดโลก


ขณะที่สถานการณ์ข้าวไทย ปริมาณผลผลิตรวม ปี 2568/69 คาดว่ารวมจะอยู่ที่ 27.31 ล้านตันข้าวสาร และความต้องการใช้ข้าวไทย (บริโภคภายในประเทศ ส่งออก สำรองเป็นสต็อก และเมล็ดพันธุ์) รวม 23.5 ล้านตันข้าวสาร


นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติทบทวนแนวทางการดำเนิน “โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69” ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกเข้าฝากเก็บในยุ้งฉางเป็นระยะเวลา 1-5 เดือน ตั้งเป้าปริมาณ 3 ล้านตันข้าวเปลือก โดยทบทวนราคาสินเชื่อข้าวเจ้า ข้าวปทุมธานี และข้าวเหนียว ให้สอดคล้องกับราคาตลาดปัจจุบัน โดยเกษตรกรที่มียุ้งฉางของตัวเอง จะได้ค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน


ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบในหลักการจัดทำมาตรการภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) โดยมาตรการระยะสั้น เน้นการบริหารจัดการข้าวขาวที่มีส่วนเกิน ได้แก่ โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 เป้าหมาย 3 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินจ่ายขาด 1,680 ล้านบาท เพื่อดูดซับผลผลิตในตลาด และระบายออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ตลาด และมีแผนนำข้าวเปลือกไปแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุง จำหน่ายเพื่อเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่มีความต้องการใช้จริง อาทิ กระทรวงยุติธรรม (กรมราชทัณฑ์) หน่วยงานกองทัพ และหน่วยงานรัฐอื่น ๆ


พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเดินหน้ามาตรการระยะยาว เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต โดยเฉพาะการศึกษาการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรังบางส่วน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของตลาด กำหนดกรอบไว้ที่ 1 ล้านไร่ โดยที่ประชุมมอบหมายให้มีการพิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ


นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ได้แก่ 

(1) คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต 

(2) คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด

(3) คณะอนุกรรมการพิจารณาชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก 

(4) คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด 

โดยมอบหมายกรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ นบข. เสนอคำสั่งฯ ประธานกรรมการ นบข. ลงนามต่อไป

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

sticky-bar-top