เปิดรับสมัครแล้ว "วีซ่าบัตรทอง" จ่าย 1 ล้านดอลลาร์ ทรัมป์ให้อยู่ "อเมริกา" ทันที

Share on Line Share on Facebook Share on X

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว "Trump Gold Card"  หรือบัตรทองทรัมป์ บัตรผ่านทาง วีซาทางด่วนสำหรับชาวต่างชาติทั่วโลก ที่จ่ายเงินให้กับรัฐบาล เพียงแค่ 1 ล้านดอลลาร์ ก็สามารถรับสถานะผู้พำนักถาวรได้ทันที   และยังไม่จบเพียงแค่บัตรทอง เพราะล่าสุดทรัมป์ก็เตรียมเปิดตัว "Platinum Card" อีกหนึ่งบัตรที่พิเศษเหนือชั้นยิ่งกว่าบัตรทอง ที่จ่ายในราคา 5 ล้านดอลลาร์  โดยจะให้สิทธิ์อาศัยในสหรัฐฯ สูงสุด 270 วันแบบไม่เสียภาษีรายได้จากต่างประเทศ

สรุปข่าว

พูดจริง ทำจริง เปิดรับสมัครแล้ว วีซ่าทองคำ ของทรัมป์ หรือ Trump Gold Card จ่ายแค่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยก็มากกว่า 32 ล้านบาท ก็ได้วีซ่าอยู่พำนักในสหรัฐฯ แบบถาวร พูดง่ายๆ เหมือนกับใช้เงินซื้อกรีนการ์ด ใช้เงินซื้อตั๋วเข้าไปอยู่ในอเมริกา

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว "Trump Gold Card"  หรือบัตรทองทรัมป์ บัตรผ่านทาง วีซาทางด่วนสำหรับชาวต่างชาติทั่วโลก ที่จ่ายเงินให้กับรัฐบาล เพียงแค่ 1 ล้านดอลลาร์ ก็สามารถรับสถานะผู้พำนักถาวรได้ทันที   และยังไม่จบเพียงแค่บัตรทอง เพราะล่าสุดทรัมป์ก็เตรียมเปิดตัว "Platinum Card" อีกหนึ่งบัตรที่พิเศษเหนือชั้นยิ่งกว่าบัตรทอง ที่จ่ายในราคา 5 ล้านดอลลาร์  โดยจะให้สิทธิ์อาศัยในสหรัฐฯ สูงสุด 270 วันแบบไม่เสียภาษีรายได้จากต่างประเทศ

โครงการ "Trump Gold Card" หรือวีซ่าทองคำ  ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทาง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เป็นเส้นทางพิเศษที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติจ่ายเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งรัดการขอวีซาเข้ามาอยู่เข้ามาทำงานในประเทศ และนอกจากในกรณีบุคคลแล้ว ยังมีโครงการบัตรทองสำหรับบริษัทด้วย ซึ่งอนุญาตให้บริษัทต่างๆ ขอวีซ่าแบบเร่งด่วนให้พนักงานที่ต้องการนำเข้ามาทำงานในสหรัฐ โดยต้องจ่ายเงินบริจาค 2 ล้านดอลลาร์ต่อพนักงานหนึ่งคน  

สำหรับกระบวนการของการขอบัตรทอง เว็บไซต์ระบุว่าหลังผ่านการตรวจสอบประวัติหรือกระบวนการคัดกรองผ่านแล้ว ทางผู้สมัครจะต้องทำการชำระ “เงินบริจาค” ซึ่งเว็บไซต์ใช้คำว่าค่า “ของขวัญ” จำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นคนที่จ่ายเงินก้อนนี้ก็จะได้รับวีซ่าที่มีลักษณะคล้าย “กรีนการ์ด” ซึ่งอนุญาตให้พำนักและทำงานในสหรัฐฯได้นั่นเอง 

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top