ราคาทองคำพุ่ง ทรัมป์เล็งขึ้นภาษียุโรป

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นพร้อมกัน โดยราคาทองคำ Gold Spot ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 19 มกราคม ปรับขึ้นทดสอบระดับ 4,690 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยสำคัญมาจากท่าทีแข็งกร้าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศเตรียมเก็บภาษีนำเข้า 10% กับ 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และจะคงมาตรการดังกล่าวไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์

สรุปข่าว

บทสรุป: ราคาทองคำที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใกล้ 4,700 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลของตลาดต่อการเมืองโลกและนโยบายการค้าที่ตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนยังคงเลือกถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อในระยะต่อไปค่ะ

ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ปะทุขึ้นพร้อมกัน โดยราคาทองคำ Gold Spot ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 19 มกราคม ปรับขึ้นทดสอบระดับ 4,690 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยสำคัญมาจากท่าทีแข็งกร้าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศเตรียมเก็บภาษีนำเข้า 10% กับ 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และจะคงมาตรการดังกล่าวไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์

หลังประเทศเหล่านี้ออกมาคัดค้านแนวคิดของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้จุดชนวนความกังวลต่อข้อพิพาททางการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก โดยฝั่งยุโรปเองก็ส่งสัญญาณเตรียมมาตรการภาษีตอบโต้เช่นกัน นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป หลังข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

ซึ่งการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยขาลงจะช่วยลดต้นทุนในการถือครองทองคำ และทำให้ทองกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ทั้งตะวันออกกลางและประเด็นอิหร่าน ยังคงเป็นแรงเสริมให้ความต้องการทองคำอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : investing

ที่มารูปภาพ : canvas

sticky-bar-top