ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจจาก InnovestX ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน ท่ามกลางภาวะสงครามในตะวันออกกลาง โดยยกคำกล่าวหนึ่งขึ้นมาว่า “สงครามในศตวรรษที่ 20 ต่อสู้กันเพื่อน้ำมัน แต่สงครามในศตวรรษที่ 21 จะต่อสู้กันเพื่อน้ำ” พร้อมระบุว่าคำทำนายนี้ดูใกล้ความจริงมากและมาเร็วกว่าที่คิด โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่าโดรนของ อิหร่าน ได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลใน บาห์เรน สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนในภูมิภาคนี้ ซึ่งดร.ปิยศักดิ์ มองว่า เหตุการณ์นี้ คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า สงครามครั้งนี้ได้ก้าวข้ามเส้นที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามมา
สรุปข่าว
สงครามในตะวันออกกลาง อาจจะมีอาวุธสุดท้าย คือ การโจมตีแหล่งน้ำจืด ไม่ใช่โจมตีน้ำมัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจะกระทบกับโลกและไทยมากน้อยแค่ไหน แล้วจะลงทุนอย่างไร มาไล่เรียงคำตอบทั้งหมดนี้ จากบทวิเคราะห์ล่าสุดของอินโนเวสต์เอ็กซ์
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจจาก InnovestX ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน ท่ามกลางภาวะสงครามในตะวันออกกลาง โดยยกคำกล่าวหนึ่งขึ้นมาว่า “สงครามในศตวรรษที่ 20 ต่อสู้กันเพื่อน้ำมัน แต่สงครามในศตวรรษที่ 21 จะต่อสู้กันเพื่อน้ำ” พร้อมระบุว่าคำทำนายนี้ดูใกล้ความจริงมากและมาเร็วกว่าที่คิด โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อมีรายงานว่าโดรนของ อิหร่าน ได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลใน บาห์เรน สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ และเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนในภูมิภาคนี้ ซึ่งดร.ปิยศักดิ์ มองว่า เหตุการณ์นี้ คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า สงครามครั้งนี้ได้ก้าวข้ามเส้นที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามมา
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการโจมตีโรงงานกรองน้ำจึงสำคัญกว่าการโจมตีแหล่งน้ำมัน ทั้งที่ตะวันออกกลางเป็นศูนย์กลางพลังงานของโลก คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในรายงานด้านความมั่นคงของสหรัฐที่ถูกเปิดเผยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจำนวนมากมองว่า “น้ำจืดสำคัญต่อความอยู่รอดของรัฐมากกว่าน้ำมัน” เหตุผลสำคัญคือ แม้ประเทศเหล่านี้จะสูญเสียรายได้จากน้ำมันไปบางส่วน พวกเขายังสามารถใช้เงินทุนสำรองหรือทรัพยากรอื่นมาทดแทนได้ แต่หากประชาชนไม่มีน้ำดื่ม เมืองทั้งเมืองอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้แม้เพียงไม่กี่วัน เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีน้ำจืดตามธรรมชาติน้อยที่สุดในโลก
ถามว่า ทำไมอิหร่านจึงเลือกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้ นักวิเคราะห์มองว่า เพราะอิหร่านรู้ตัวดีว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะกองกำลังผสมของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคได้โดยตรง ดังนั้นยุทธศาสตร์สำคัญคือการใช้สงครามแบบอสมมาตร หรือ asymmetric warfare แนวคิดของสงครามลักษณะนี้คือการโจมตีจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม เช่น โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน สนามบิน ท่าเรือ หรือระบบน้ำ เป้าหมายคือทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกว่า “ต้นทุนของสงครามสูงเกินกว่าผลลัพธ์ที่ได้รับ”
- จับตา “วิกฤตปุ๋ยโลก” สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงลามถึงอาหาร ไทยเตรียมรับแรงกระแทก
- สหรัฐฯ ผ่อนปรนคว่ำบาตรซื้อขายน้ำมันรัสเซียชั่วคราว บรรเทาวิกฤตพลังงาน
- อินเดียวิกฤต "ก๊าซหมดประเทศ" ร้านอาหารใช้ฟืน หลังฮอร์มุซถูกปิด
- ลุกลาม! "ซิตี้แบงก์" ปิดสาขาในยูเออี-"HSBC" ปิดทั้งหมดในกาตาร์
- "CRC" ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ลุยสาขาใหม่ไทย-เวียดนาม
ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH
ที่มารูปภาพ : canva
