หุ้นไทยรับข่าวดี! คลายกังวลหั่นเรตติ้ง-ตะวันออกกลางทรงตัว จับตาฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลกลับ

Share on Line Share on Facebook Share on X

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 22 เมษายน 2569 ชี้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวรับข่าวดี หลังคลายความกังวลเรื่องการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ประกอบกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่ลุกลาม ส่งผลดีต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) และค่าเงินบาท

ปลดล็อกความกังวล หั่นเครดิตเรตติ้งประเทศ

ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการถูกปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทย เนื่องจากความเสี่ยงด้านการคลัง จากการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเต็มเพดานต่อเนื่อง และความกังวลเรื่องผลกระทบจากมาตรการทางภาษี (Tariff)

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการบริหารจัดการของรัฐบาลที่มีความชัดเจนขึ้นว่าจะไม่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ หรือการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อมาใช้ในโครงการต่างๆ ถือเป็นการรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง ปัจจัยนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะปรับลดมุมมอง (Outlook) ของประเทศไทยลง ส่วนประเด็นการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แม้ในทางทฤษฎีจะช่วยให้อันดับเครดิตดีขึ้น แต่ประเมินว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการในช่วงที่เศรษฐกิจยังต้องการการฟื้นตัว

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นไทยรับข่าวดีและเริ่มคลายความกดดันจากความเสี่ยงถูกหั่นเครดิตเรตติ้ง ประกอบกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่ลุกลามบานปลาย ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดแรงขายจากต่างชาติและเพิ่มโอกาสให้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้าไทย แนะนำนักลงทุนหาจังหวะเก็งกำไรช่วงตลาดรีบาวด์ โดยเน้นไปที่กลุ่มหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งและงบไตรมาสแรกมีแนวโน้มออกมาดี

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 22 เมษายน 2569 ชี้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวรับข่าวดี หลังคลายความกังวลเรื่องการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ประกอบกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่ลุกลาม ส่งผลดีต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) และค่าเงินบาท

ปลดล็อกความกังวล หั่นเครดิตเรตติ้งประเทศ

ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการถูกปรับลดอันดับเครดิตของประเทศไทย เนื่องจากความเสี่ยงด้านการคลัง จากการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเต็มเพดานต่อเนื่อง และความกังวลเรื่องผลกระทบจากมาตรการทางภาษี (Tariff)

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการบริหารจัดการของรัฐบาลที่มีความชัดเจนขึ้นว่าจะไม่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ หรือการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อมาใช้ในโครงการต่างๆ ถือเป็นการรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง ปัจจัยนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะปรับลดมุมมอง (Outlook) ของประเทศไทยลง ส่วนประเด็นการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แม้ในทางทฤษฎีจะช่วยให้อันดับเครดิตดีขึ้น แต่ประเมินว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการในช่วงที่เศรษฐกิจยังต้องการการฟื้นตัว

ตะวันออกกลางไม่บานปลาย หนุนปัจจัยบวก

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ประเมินว่าสถานการณ์จะไม่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แม้จะมีการตอบโต้กันแต่ยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลงได้

แนะกลยุทธ์ลงทุน เก็งกำไรหุ้นงบดี

จากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีทิศทางที่สดใสขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นการไหลกลับของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มชะลอการอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อาจปรับตัวลดลง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะทำกำไร (Take Profit) ในช่วงที่ตลาดรีบาวด์ โดยเน้นโฟกัสไปที่กลุ่มหุ้นที่มีคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีเป็นหลัก