โลกร้อนทำวิกฤตขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น

โลกร้อนทำวิกฤตขาดแคลนน้ำรุนแรงขึ้น

สรุปข่าว

สถาบันทรัพยากรโลกเปิดเผยว่า ขณะนี้ประชากรโลกมากถึง 1 ใน 4 ของโลกเผชิญ ความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ และคาดว่า จะมีประชากรที่ได้รับผลกระทบเพิ่มอีก 1,000 ล้านคนภายในปี 2050 สำหรับประเทศที่เผชิฐความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมากที่สุดในแต่ละปี ได้แก่ บาห์เรน ไซปรัส คูเวต เลบานอน และโอมาน 5 ประเทศนี้เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมากที่สุดของโลก ประชากรทั้งหมดจะตกอยู่ใต้ความเสี่ยงสูงสุดภายในกลางศตวรรษ โดยจะกระทบต่อน้ำดื่มและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ที่ซีเรีย ก็เป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำแล้วเช่นกัน เช่นเกษตรกรและชาวประมงที่อาศัยอยู่ในเมือง Tel Tamer ทางตอนเหนือของซีเรีย ที่บอกว่าก่อนหน้านี้แม่น้ำคาเบอร์มีความอุดมสมบูรณ์ หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่ แต่ปัจจุบันนี้เหือดแห้งและเหลือแต่ปลาที่ตายแล้ว ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องย้ายออกจากเมืองเพราะทนอยู่ในพื้นที่ที่แห้งแล้งขนาดนี้ไม่ไหว ชาวนาคนหนึ่งที่ชื่อ Sabri Kaka เล่าว่า บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร มีผลไม้มากมายด้วยองุ่น แอปริคอต และแอปเปิ้ล แต่ตอนนี้แห้งแล้งราวกับทะเลทราย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก คาดการณ์ว่า ซีเรียเผชิญภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานปัญหาการขาดแคลนน้ำแย่ลงเนื่องจากสภาพอากาศแห้งผิดปกติในช่วงฤดูฝน รวมถึงอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นผิดปกติ จากข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ก็ทำให้นักวิทยาศาสตร์พยายามออกมาเตือน เพราะวิกฤตการแคลนน้ำอาจทำให้ประชาชนรอดชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดได้ยากยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand