หิ่งห้อยเสี่ยงสูญพันธุ์ จากโลกร้อน แสงรบกวน สารเคมี

Share on Line Share on Facebook Share on X
หิ่งห้อยเสี่ยงสูญพันธุ์ จากโลกร้อน แสงรบกวน สารเคมี

“หิ่งห้อย” เป็นแมลงปีกแข็งเรืองแสงที่มักออกหากินยามค่ำในช่วงฤดูร้อน โดยใช้แสงชีวภาพเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ และเป็นภาพจำของฤดูร้อนในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงวัฒนธรรมในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น ที่หิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและการรำลึกถึงผู้ล่วงลับ

อย่างไรก็ตาม หิ่งห้อยกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระยะยาว แม้ปีนี้ในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ จะพบจำนวนหิ่งห้อยมากขึ้นหลังจากที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการเพิ่มขึ้นในปีเดียวไม่ใช่สัญญาณของการฟื้นตัวอย่างถาวร เนื่องจากจำนวนประชากรแมลงมักผันผวนขึ้นลงตามสภาพแวดล้อมแต่ละปี

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One พบว่ามีหิ่งห้อย 18 สายพันธุ์ในอเมริกาเหนือที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่มากกว่าครึ่งของสายพันธุ์ที่ประเมินยังขาดข้อมูลเพียงพอในการระบุความเสี่ยง ซึ่งหมายความว่าอาจมีชนิดอื่นที่ตกอยู่ในอันตรายโดยยังไม่ถูกบันทึก ปัจจัยหลักของการลดลงคือการสูญเสียและเสื่อมโทรมของถิ่นอาศัย เช่น การพัฒนาที่ดิน การใช้สารกำจัดศัตรูพืช และมลภาวะทางแสงที่รบกวนการสื่อสารและการผสมพันธุ์ของหิ่งห้อย

สรุปข่าว

วิกฤตสภาพภูมิอากาศคุกคาม “หิ่งห้อย” โดยเฉพาะที่สหรัฐฯ “หิ่งห้อย” กำลังเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์จากการสูญเสียถิ่นอาศัย มลภาวะทางแสง สารเคมี และโลกร้อน การช่วยเหลือทำได้ด้วยการลดแสงประดิษฐ์ งดสารกำจัดศัตรูพืช และรักษาพื้นที่ธรรมชาติให้เป็นถิ่นอาศัยของมัน

“หิ่งห้อย” เป็นแมลงปีกแข็งเรืองแสงที่มักออกหากินยามค่ำในช่วงฤดูร้อน โดยใช้แสงชีวภาพเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ และเป็นภาพจำของฤดูร้อนในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงวัฒนธรรมในประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น ที่หิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและการรำลึกถึงผู้ล่วงลับ

อย่างไรก็ตาม หิ่งห้อยกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระยะยาว แม้ปีนี้ในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ จะพบจำนวนหิ่งห้อยมากขึ้นหลังจากที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการเพิ่มขึ้นในปีเดียวไม่ใช่สัญญาณของการฟื้นตัวอย่างถาวร เนื่องจากจำนวนประชากรแมลงมักผันผวนขึ้นลงตามสภาพแวดล้อมแต่ละปี

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One พบว่ามีหิ่งห้อย 18 สายพันธุ์ในอเมริกาเหนือที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ขณะที่มากกว่าครึ่งของสายพันธุ์ที่ประเมินยังขาดข้อมูลเพียงพอในการระบุความเสี่ยง ซึ่งหมายความว่าอาจมีชนิดอื่นที่ตกอยู่ในอันตรายโดยยังไม่ถูกบันทึก ปัจจัยหลักของการลดลงคือการสูญเสียและเสื่อมโทรมของถิ่นอาศัย เช่น การพัฒนาที่ดิน การใช้สารกำจัดศัตรูพืช และมลภาวะทางแสงที่รบกวนการสื่อสารและการผสมพันธุ์ของหิ่งห้อย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งภาวะแห้งแล้งที่รุนแรงขึ้นและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อประชากรหิ่งห้อย โดยเฉพาะชนิดที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อถิ่นอาศัย เช่น หิ่งห้อยชนิด “big dipper” ที่มักพบในสวนหลังบ้านย่านชานเมือง ซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก

 

แม้ว่าปีนี้จำนวนหิ่งห้อยอาจเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าข้อมูลเพียงปีเดียวไม่สามารถชี้ทิศทางระยะยาวได้ เช่นเดียวกับที่ปีหนึ่งมีอากาศเย็นผิดปกติไม่ได้หมายความว่าภาวะโลกร้อนไม่เกิดขึ้น

เพื่อช่วยปกป้องหิ่งห้อย นักวิจัยเสนอให้หลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดศัตรูพืช ลดแสงสว่างประดิษฐ์ในเวลากลางคืน ปล่อยให้หญ้าและกองใบไม้ตามธรรมชาติยังคงอยู่ เนื่องจากหิ่งห้อยจำนวนมากพัฒนาตัวอยู่ในใบไม้ หากถูกเก็บกวาดออกไปก็เท่ากับทำลายถิ่นอาศัยของมัน นอกจากนี้ยังมีความพยายามสร้างพื้นที่อนุรักษ์ เช่น “เขตรักษาหิ่งห้อย” ในรัฐอาร์คันซอ และกฎหมายในรัฐแมรีแลนด์ที่กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับประเภทของไฟส่องสว่างที่หน่วยงานรัฐสามารถจัดซื้อได้ 

แม้ความเสี่ยงจะชัดเจน แต่นักวิจัยบางคนเชื่อว่ายังมีเวลาเพียงพอในการแก้ไข หากมนุษย์ให้ความสำคัญและดำเนินการอนุรักษ์อย่างจริงจัง แม้แต่พื้นที่ถิ่นอาศัยเล็กๆ ก็อาจมีบทบาทสำคัญต่อการอยู่รอดของหิ่งห้อยในอนาคต

ที่มาข้อมูล : theguardian.com

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top