
แม้ว่าสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนผลไม้จะมีขนาดเล็ก แต่บางครั้งก็สร้างความรำคาญและก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ ข้อมูลจากประเทศออสเตรเลียระบุว่า แต่ละปีมีสติกเกอร์พลาสติกบนผักและผลไม้ถูกลอกออกมากถึง 5.62 พันล้านชิ้น คิดเป็นน้ำหนักถึง 110 ตัน และสุดท้ายมักลงเอยที่หลุมฝังกลบขยะ หรือบางครั้งอาจติดไปกับเปลือกผลไม้ที่ถูกปอกออกและปนเปื้อนเมื่อถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก เศษพลาสติกอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและสัตว์ได้ ขณะเดียวกันผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าสติกเกอร์พลาสติกเหล่านี้น่ารำคาญและไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย
ทำไมบนผักผลไม้ถึงมีสติกเกอร์?
โดยปกติแล้วข้อมูลในสติกเกอร์บนผักและผลไม้จะมีรหัส PUL ซึ่งเป็นตัวเลข 4-5 หลัก ที่ระบบโมเดินเทรดทั่วโลกยอมรับ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงข้อมูลของสายพันธุ์ แหล่งที่มา และวิธีการปลูก นอกจากนี้ยังสามารถบอกได้ว่าผักผลไม้เหล่านั้นมีการดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกซื้อได้ตรงตามต้องการ และยังช่วยจัดหมวดหมู่สินค้าสำหรับร้านค้าอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้มีข้อกำหนดหรือข้อบังคับให้ผู้ผลิตจะต้องติดสติกเกอร์แสดงข้อมูลเหล่านี้ไว้บนผักและผลไม้
สรุปข่าว
แม้ว่าสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนผลไม้จะมีขนาดเล็ก แต่บางครั้งก็สร้างความรำคาญและก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ ข้อมูลจากประเทศออสเตรเลียระบุว่า แต่ละปีมีสติกเกอร์พลาสติกบนผักและผลไม้ถูกลอกออกมากถึง 5.62 พันล้านชิ้น คิดเป็นน้ำหนักถึง 110 ตัน และสุดท้ายมักลงเอยที่หลุมฝังกลบขยะ หรือบางครั้งอาจติดไปกับเปลือกผลไม้ที่ถูกปอกออกและปนเปื้อนเมื่อถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก เศษพลาสติกอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและสัตว์ได้ ขณะเดียวกันผู้บริโภคจำนวนมากมองว่าสติกเกอร์พลาสติกเหล่านี้น่ารำคาญและไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย
ทำไมบนผักผลไม้ถึงมีสติกเกอร์?
โดยปกติแล้วข้อมูลในสติกเกอร์บนผักและผลไม้จะมีรหัส PUL ซึ่งเป็นตัวเลข 4-5 หลัก ที่ระบบโมเดินเทรดทั่วโลกยอมรับ ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงข้อมูลของสายพันธุ์ แหล่งที่มา และวิธีการปลูก นอกจากนี้ยังสามารถบอกได้ว่าผักผลไม้เหล่านั้นมีการดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกซื้อได้ตรงตามต้องการ และยังช่วยจัดหมวดหมู่สินค้าสำหรับร้านค้าอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้มีข้อกำหนดหรือข้อบังคับให้ผู้ผลิตจะต้องติดสติกเกอร์แสดงข้อมูลเหล่านี้ไว้บนผักและผลไม้
“สติกเกอร์บนผลไม้” นวัตกรรมยืดอายุ
ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาขยะพลาสติกเท่านั้นที่น่าเป็นห่วง แต่ขยะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่แพ้กัน หากสังเกตให้ดีอาจพบว่าสติกเกอร์จิ๋วบนผักผลไม้อาจเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลผลิตได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น โดยหลายประเทศมีการคิดค้นและออกแบบสติกเกอร์ให้ช่วยบอกระดับความสุกของผักผลไม้ รวมถึงสติกเกอร์บางประเภทยังมีส่วนประกอบของสารต้านจุลชีพป้องกันเชื้อโรค ทำให้กระบวนการสุกช้าลง ช่วยคงความสดและยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น
ออสเตรเลียแบนสติกเกอร์บนผลไม้
หลายรัฐในออสเตรเลียมีการพิจารณาแบนการติดสติกเกอร์บนผักผลไม้ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพิ่มทางเลือกทดแทน เช่นการใช้สติกเกอร์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ หรือการยิงเลเซอร์บนเปลือกผลไม้ ซึ่งเดิมทีรัฐเซาท์ออสเตรเลียมีกำหนดจะแบนสติกเกอร์ตั้งแต่เดือนกันยายน แต่ต้องเลื่อนการบังคับใช้ออกไป เช่นเดียวกับนิวซีแลนด์ที่เลื่อนการบังคับใช้ไปถึงปี 2028 เช่นกัน เนื่องจากเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมเรียกร้องขอเวลาปรับตัว เพราะสติกเกอร์ยังมีความสำคัญในการจัดการสินค้าและเพื่อควบคุมด้านคุณภาพ ซึ่งอาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายและการขนส่งได้
- ผลักดันการจัดการขยะพลาสติกและลดคาร์บอน สู่แผนระดับภูมิภาคเอเชีย
- โลกจมขยะพลาสติก ยุโรปเอาจริง แต่ไทยยังเทรวมเป็นภูเขาขยะ
- เปลี่ยนขยะเป็นสิ่งของใช้ใหม่ ผ่านแนวคิด Circular Economy
- “พลาสติก” ทะลักโลก ถูกนำไปรีไซเคิลจริงแค่ 10% นักวิทย์ฯเตือนเข้าสู่จุดวิกฤต
- นกทะเลชายฝั่งเปรู ลดฮวบ 75% เสี่ยงสูญพันธุ์ เจอทั้งโลกร้อน-โรคระบาด
ที่มาข้อมูล : The Guardian
ที่มารูปภาพ : Envato

