รัฐบาลแจงคืนโบราณวัตถุแก่กัมพูชา เป็นเรื่อง 25 ปีก่อน ย้ำเป็นไปตามกม.ระหว่างประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัฐบาลแจงคืนโบราณวัตถุแก่กัมพูชา เป็นเรื่อง 25 ปีก่อน ย้ำเป็นไปตามกม.ระหว่างประเทศ

วันนี้ (4 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการส่งคืนโบราณวัตถุให้ประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (กว่า 25 ปีก่อน) ซึ่งเป็นผลจากการที่กรมศุลกากรได้ตรวจยึดโบราณวัตถุ 43 รายการจากประเทศสิงคโปร์ที่ถูกนำเข้าโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยโบราณวัตถุส่วนหนึ่งมีลักษณะคล้ายของเขมร

สรุปข่าว

รัฐบาลแจงกรณีคืนโบราณวัตถุให้กัมพูชา เป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2543 ที่ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศหลังมีหลักฐานยืนยันแหล่งกำเนิด โฆษกรัฐบาลชี้ ข้อมูลถูกบิดเบือนบนสื่อออนไลน์ อาจกระทบความพยายามขอคืนโบราณวัตถุของไทยจากต่างประเทศ ย้ำว่าควรให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประเทศ และใช้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนวิจารณ์

วันนี้ (4 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการส่งคืนโบราณวัตถุให้ประเทศกัมพูชา โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (กว่า 25 ปีก่อน) ซึ่งเป็นผลจากการที่กรมศุลกากรได้ตรวจยึดโบราณวัตถุ 43 รายการจากประเทศสิงคโปร์ที่ถูกนำเข้าโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยโบราณวัตถุส่วนหนึ่งมีลักษณะคล้ายของเขมร

ต่อมากรมศิลปากรได้มีการตรวจสอบและในครั้งนั้นได้ส่งคืนตามข้อพิสูจน์ไปแล้ว 23 รายการจากนั้น รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งคำร้องเพื่อขอรับคืนโบราณวัตถุที่เหลือ20 รายการ พร้อมทั้งส่งเอกสารและหลักฐานยืนยันสิทธิเรียกร้องในโบราณวัตถุดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบของกรมศิลปากร โดยคณะกรรมการหลายชุด ได้สรุปว่าโบราณวัตถุทั้ง 20 รายการ เป็นวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในกัมพูชา กระทรวงวัฒนธรรม จึงส่งมอบโบราณวัตถุ 20 รายการ คืนให้กัมพูชา ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

นายจิรายุ ระบุเพิ่มเติมว่า การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม แม้เจตนาอาจจะเพียงต้องการตั้งคำถาม แต่ควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะการปฏิบัติตามหลักกฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญต่อการสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีโลก

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าในการขอคืนโบราณวัตถุของไทยจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการส่งคืนหลายชิ้นจากหลายประเทศ การสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนกระบวนการดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

sticky-bar-top